ตุ๊กตาทหารดีบุกผู้ซื่อสัตย์

บทนำเรื่องนิทานเรื่องตุ๊กตาทหารดีบุกผู้ซื่อสัตย์ นี้เป็นนิทานที่ถูกแต่งขึ้นโดยนักแต่งเทพนิยายชื่อ " แอนเดอร์เสน " ได้เล่าถึง " ความมั่นคงและความกล้าหาญของตัวเอกคือตุ๊กตาทหารดีบุก " ว่าต้องประสบพบกับความมหัศจรรย์และรวมถึง เหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่จำเป็นและได้ประสบมาตลอด แต่ในตอนจบก็ได้สมรักสมความปรารถนาในความรักกับสาวน้อย นางระบำในที่สุด


ประตูบ้านได้ถูกเปิดกว้างออก และได้มีพ่อซึ่งในมือได้ถือกล่องของขวัญมากมายสุมอยู่หลายกล่อง พร้อมด้วยใบหน้าที่มี แต่รอยยิ้ม พวกลูก ๆ ซึ่งมีเด็กหญิงกับเด็กชาย ต่างก็วิ่งเข้าไปต้อนรับอย่างดีใจ " พ่อกลับมาแล้ว...เย้ ๆ มีของขวัญติด มือมาด้วย เย้ เย้ " พ่อมองลูกอย่างเอ็นดูและได้บอกกับลูกว่า " ไปที่ห้องของพวกเธอก่อนแล้วค่อยแกะออกดู นะลูกรัก พ่อคิดว่าจะต้องถูกใจพวกเธออย่างแน่นอนเลย เชื่อสิ " เด็กทั้งสองจึงรีบวิ่งถือกล่องของขวัญเหล่านั้นเข้าไปในห้องทันทีอย่างว่า ง่าย เมื่อเข้ามาในห้องแล้วทั้งสองก็ช่วยกันแกะกล่องของขวัญเหล่านั้นออกดูกันใหญ่ เด็กหญิงได้รับสิ่งที่น่ารักที่สุดเป็น ปราสาทหลังใหญ่ มองผ่านหน้าต่างบานจิ๋วเข้าไปแล้วสามารถมองเห็นห้องต่าง ๆ ได้อีกด้วย และที่น่ารักที่สุดเห็นจะเป็นสาวน้อยตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงประตูปราสาทที่เปิดอยู่ เธอสวมกระโปรงผ้าบาง ๆเป็นผ้าจีบรอบตัว สาวน้อยคนนี้ยืนเหยียดแขนขึ้นไปข้างบนข้างหนึ่ง เพราะว่าเธอเป็นนักระบำ แล้วเธอก็ยกขาข้างหนึ่งขึ้น ซึ่งเป็นท่าที่เหมือน กับกำลังเต้นระบำอยู่


ส่วนในกล่องของขวัญของเด็กชายนั้น ได้มีตุ๊กตาทหารดีบุก 25 ตัว เป็นพี่น้องกัน เพราะทำมาจากช้อนดีบุกคัน เดียวกัน ทหารทั้งหมดแบกอาวุธ และใบหน้ามองตรง เครื่องแบบที่สวมสวยงามนั้นมีสีแดงกับสีเหลืองทอง เด็กชาย ตะโกน พร้อมกับตบมือด้วยความดีใจ ทหารดีบุกทุกตัวจะเหมือนกันหมด ยกเว้นมีอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร ผิดแผกไปจากตัวอื่น ๆ เล็กน้อย คือมีขาข้างเดียว เพราะเมื่อตอนที่มีการล่อทหารดีบุกนั้นเมื่อหล่อถึงตัวสุดท้ายดีบุกไม่พอ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเวลายืนด้วยขาข้างเดียวก็มั่นคงดีเหมือนกับทหารตัวอื่น ๆ ที่ยืนสองขา และเขาเป็นทหารคนเดียวที่ไม่เหมือนใคร


เมื่อเวลาแห่งความชื่นชมกับของเล่นต่าง ๆเหล่านั้นผ่านมาได้สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ผู้ที่ยืนอยู่นั้นเป็น แม่ของเด็กทั้งสองเอง " ได้เวลาเข้านอนแล้วนะลูก ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาเล่นใหม่ นะจ๊ะ " เด็กชายกับเด็กหญิงจึงรีบวิ่งตามแม่ของตน ออกไปจากห้องนั้นทันที.....และก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากห้องนั้น เด็กชายได้นำกล่องที่ใส่ทหารดีบุกไปวางไว้บนโต๊ะ และบนโต๊ะที่บรรดาทหารดีบุกยืนอยู่นั้น ไม่ได้มีแต่เฉพาะทหารดีบุก อย่างเดียว แต่จะมีของเล่นอย่างอื่นวางอยู่ด้วย ซึ่งรวมทั้งปราสาทหลังใหญ่ และสาวน้อยนางระบำผู้สวยงาม ทหารดีบุกขา เดียวมองจ้องสาวน้อยนางระบำตัวนั้นอย่างตะลึงเลยทีเดียว แต่เขามองเห็นว่าขาข้างหนึ่งของเธอนั้นหายไป ด้วยมองไม่ เห็นถนัด เขาจึงคิดว่าสาวน้อยคนนี้มีขาข้างเดียวเหมือนกับเขา " สาวนักระบำนางนั้นจะต้องเป็นภรรยาของฉัน " ทหารดีบุก ขาเดียวคิด " แต่เธอเกิดมาในตระกูลสูงศักดิ์ เธออาศัยอยู่ในปราสาท แต่ฉันอยู่เพียงในกล่อง และกล่องนั้นทำขึ้นจำเพาะ ทหาร 25 ตัวเท่านั้น ไม่มีที่ว่างเว้นไว้สำหรับเธอได้เลย แต่...ตอนนี้ต้องทำความรู้จักกับเธอเสียก่อน " ว่าแล้วทหารดีบุกก็ยืดกายยืนเต็มตัวเพื่อหวังให้เป็นจุดเด่น เพราะจากจุดนี้เองทหารดีบุกขาเดียวสามารถมองเห็นหญิง ผู้สูงศักดิ์ ที่ยังคงยืนขาเดียวโดยที่ไม่เสียหลักแต่อย่างใดได้อย่างชัดที่สุด


ครั้นถึงเวลาเที่ยงคืนตรง เมื่อคนในบ้านต่างพากันเข้านอนและหลับหมดแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาและถึงบทที่พวก ของเล่นต่าง ๆ จะได้มีโอกาศ ออกมาเล่นกับ " แขกผู้มาเยือนใหม่ " เป็นการออกรบเต้นรำและเล่นโยนลูกบอล เป็นงานเลี้ยง ต้อนรับครั้งใหญ่เสียด้วย ตุ๊กตาล้มลุกทำท่าตีลังกากลิ้งไปกลิ้งมา ลิงตีฉิ่งก็จะรีบเดินเพื่อไปก่อกวนตุ๊กตานักดนตรีทันที มีเสียง อึกทึกจนตุ๊กตาต่าง ๆและตุ๊กตาหมีได้ออกมาเต้นระบำกันอย่างสนุกสนาน " ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งของเล่น " ทหารดีบุกทุกตัว ได้ส่งเสียงอื้ออึงอยู่ภายในกล่องแล้วทั้งหมดก็กรูกันออกมาจากกล่องแล้วกระโดดลงมาจากโต๊ะเพื่อจะมาร่วมกับงานสังสรร ครั้งนี้ด้วย


บนโต๊ะตอนนี้จึงมีเหลือแต่ทหารดีบุกขาเดียว ที่ไม่ยอมคิดขยับเขยื่อนไปทางไหนและนางระบำตัวน้อย เธอประคองตัวตรงบนปลายเท้า พร้อมกับยืดแขนวาดไปสุดแขน เหมือนที่เขาหรือทหารดีบุกยืนอย่างแน่วแน่ ด้วยขาเพียงข้างเดียว เขาไม่ยอมละ สายตาจากเธอไปเลยแม้แต่สักนาทีเดียว " ช่างเป็นสาวน้อยที่สวยงามอย่างเหลือเกิน " เขารำพึงอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดปาก เมื่อสาวน้อยนางระบำได้รู้สึกตัวว่าได้ถูกโดนจ้องมองจากทหารดีบุกรูปหล่อเข้าอย่างนั้น แก้มทั้งสองข้างของเธอก็เริ่มแดงขึ้น และดูเหมือนจะค่อย ๆแดงระเรื่อขึ้นมาเรื่อย ๆ ด้วยความอาย ทหารดีบุกเห็นว่าเธอได้ส่งยิ้มและจ้องมองเขาตอบกลับมาจริง ๆ


ทหารดีบุกเมื่อเห็นรอยยิ้มแบบเอียงอายของสาวน้อยนางระบำเข้าอย่างนั้น ก็พูดทักเธอขึ้นว่า " คุณสาวน้อยนักเต้นระบำ คุณก็ ยืนด้วยขาข้างเดียวเหมือนกับผมด้วยใช่ไหม ? " สาวน้อยจึงตอบรับว่า " ใช่แล้วค่ะ เพราะฉันกำลังเต้นรำอยู่จึงต้องยกขา ขึ้นข้างหนึ่งอย่างที่เห็นนี่ไง คะ " ทหารดีบุกขาเดียว ด้วยความดีใจที่เห็นว่าสาวน้อยนางระบำดูท่าทางมีไมตรีกับเขาเหมือนกัน จึงออกปากชวนเธอว่า " เธอคงจะเต้นรำเก่ง ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับ " " ค่ะ ยินดีอย่างที่สุด " แล้วทั้งคู่ก็ออก เต้นหมุนไปรอบ ๆ อย่างมีความสุข ใช่แล้ว...นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า " รักแรกพบ " ใช่แน่...อย่างแน่นอนเลยด้วย.....


แล้วในทันทีนั้นก็มีเสียงดังโครมสนั่นขึ้นอย่างกระทันหัน ฝากล่องเกมเล่นกลตกใจ ที่อยู่บนโต๊ะนั้นด้วย ได้ถูกเปิดออกมาและ ได้มีซาตานตัวสีดำจอมวายร้าย ซึ่งมันนั้นยังเก่งเรื่องการเล่นกลและเวทมนต์คาถามากตัวหนึ่ง ออกมาวาดลวดลายซึ่งเป็นกล อย่างหนึ่งของมัน " เจ้าทหารดีบุก " ซาตานตะโกนเรียก " สาวน้อยนางระบำนางนี้ จะต้องมาเป็นภรรยาของข้า ไม่ใช่เจ้า " แต่ ทหารดีบุกก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ดังนั้นมันจึงหันไปทางนางระบำสาวน้อยแล้วตะคอกใส่ด้วยเสียงอันดังว่า " ดีละ ถ้าอย่างนั้น นางระบำผู้แสนสวย เธอต้องมานี่ ! " และเมื่อมันพูดจบลงก็ตรงเข้ามาจับแขนแล้วดึงตัวนางระบำให้ผละจากไป


" ไม่เอา ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ชอบพวกปีศาจ " นางระบำร้องเสียงดังแล้วนางก็ได้เอามืออีกข้างของนางยกขึ้นตบไปที่มือของ เจ้าซาตานและสะบัดหนีอย่างแรง จึงเป็นผลให้เจ้าซาตานนั้นยิ่งโมโหขึ้นมากกว่าเก่าเป็นทวีคูณ " นี่ จะขัดขืนไม่ยอมเชื่อฟังข้า หรือ ? " ว่าแล้วมันก็ตรงเข้าตบตีนางระบำหลายครั้งอย่างโหดร้าย ทหารดีบุกขาเดียวเมื่อเห็นดังนั้น ก็ชักดาบของเขาออกมาจาก ฝัก " เจ้าซาตานจอมวายร้าย แกมาทำกับสาวน้อยนางระบำของฉัน อย่างไม่น่าให้อภัยอย่างนั้นได้อย่างไรเล่านี่ ! " ทหารดีบุก วิ่งขาข้างเดียวเข้าใส่อย่างองอาจแบบชายชาติทหารเลยทีเดียว


เจ้าซาตานเมื่อเห็นดังนั้น จึงรีบผละจากสาวน้อยนางระบำ แล้ววิ่งไปหยิบฉะมวกอาวุธประจำตัวของมันออกมาจากกล่อง ทีนี้ ก็ตรงเข้าต่อสู้กับทหารดีบุกขาเดียวทันที " ฮี่ ฮี่ ฮี่ อ้ายทหารดีบุกเอ๋ย...มีขาอยู่ข้างเดียวอย่างเจ้า จะทำอะไรข้าได้ล่ะ เหอ ๆๆ " แล้วทีนี้การต่อสู้ระหว่างทั้งสอง คือระหว่างทหารดีบุกกับซาตานก็ถูกเปิดฉากขึ้นมา เสียงดาบและฉะหมวกประทะกันดังสนั่น หวั่นไหว แต่ด้วยเจ้าซาตานนั้นมันมีฤทธิ์มากกว่าทหารดีบุกหลายเท่า ร่างกายนั้นก็ใหญ่โตกว่าด้วย ทหารดีบุกจึงได้แต่ถอย ต้องถอยออกไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ต้องไปยืนจนมุมอยู่ที่บานประตูหน้าต่าง และเสียหลัก


แล้วในทันทีนั้น...บานประตูหน้าต่างก็เปิดกางออกอย่างกระทันหัน ! " โอ้ย...ช่วยด้วย " ทหารดีบุกที่เสียหลักอยู่ก่อนแล้ว จึงพลัดตกลงไปสู่ด้านล่างอย่างน่าสงสาร แล้วตรงนั้นก็เป็นเวลาพอดีกับที่เวลาเช้ามาถึง " เอ็ก อี้ เอ๊ก เอก " เสียงไก้โก่ง คอขันดังกังวานไปทั่วบริเวณนั้น เจ้าซาตานรีบตาลีตาเหลือก วิ่งกลับเข้าไปในกล่องเกมเล่นกลตกใจของมันอย่างเดิม ตุ๊กตาและของเล่นอื่นๆ ทั้งหมด ก็รีบเข้าสู่สภาพเดิม...ด้วยหมดเวลาของงานเลี้ยงต้อนรับสู่เมืองแห่งของเล่นเสียแล้ว ทุก ๆอย่างจำต้องกลับเข้าสู่สภาพเดิม และยืนนิ่งอยู่อย่างสงบ....จนกว่าจะถึงเวลาที่สนุกสนานของครั้งหน้าต่อไป ส่วนทหารดีบุกนั้นเมื่อตกลงมาจากชั้นสามลงสู่พื้นข้างล่างอย่างเร็วจี๋เข้าอย่างนั้น จึงเป็นผลทำให้เขาหล่นเอาหัวปักพื้นเท้า ชี้ฟ้าดาบปลายปืนตกกระเด็นอยู่กับหินปูพื้นอยู่ตรงด้านล่างนั่นเอง...โธ่...น่าสงสารจังเลย...เจ้าทหารดีบุกขาเดียวผู้น่าสงสาร


รุ่งเช้า...ฝนที่ตั้งเค้ามานานสาดละอองโปรยตกลงมา และตกหนาเม็ดขึ้นทุกที ตกจนไม่ลืมหูลืมตา พื้นถนนเปียกชุ่มไปหมด ทหารดีบุกได้แต่ยืนขาเดียวหัวทิ่มขาชี้ฟ้าอยู่อย่างนั้น เขาพยายามมองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องที่เขาจำต้องพลัดตกลงมานั้นอย่างเสียใจเป็นที่สุด " อ้า..อ้า เราคงจะต้องหมดโอกาศที่จะได้พบกับสาวน้อยนางระบำผู้เลอโฉมผู้นั้นอีกต่อไปเสียแล้ว..ฮื่อ ๆๆ " น้ำตาของเขาหลั่งไหลออกมาเป็นทาง ปนคละไปกับสายฝนที่ตกลงมาไม่ยอมหยุดนั้นอย่างน่าสงสาร... เมื่อฝนหยุดตกลงแล้ว ก็ได้มีเด็กมอมเมมข้างถนนสองคนเดินออกมา " ดูนั่นสิแก...." เด็กคนแรกพูด " นั่นมันทหารดีบุกนี่นา เขากำลังจะแล่น เรือนะ " เด็กสองคนมองตากันแล้วหัวเราะ


และแล้วเด็กคนแรกที่สวมหมวกกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พับเป็นเรือและสวมมาด้วยนั้น เขาถอดมันออกมา...เสร็จแล้วก็จับทหาร ดีบุกใส่ลงไปในเรือกระดาษหนังสือพิมพ์นั้น และนำไปลอยที่ท่อระบายน้ำ เด็กสองคนวิ่งตามไปข้าง ๆ พลางตบมือตามไปด้วย แต่พระเจ้าช่วย เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นในรางน้ำและกระแสน้ำปั่นป่วนขึ้นอย่างกระทันหันอีกครั้ง เพราะฝนได้กลับมาตกกระหน่ำซ้ำ ลงอีก เรือกระดาษโคลงเครง สักพักเรือก็หมุนคว้าง ทำให้ทหารดีบุกตัวสั่นสะท้าน แต่กระนั้นเขาก็ยังทำตัวตรงไม่ยอมกระพริบ ตาเลยสักนิด ยังคงมองตรงและแบกปืนไว้มั่น




NEXT


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์