ที่มาของกำเนิดปีเกิดทั้ง 12ปีของญี่ปุ่น

ใกล้จะถึงปีใหม่แล้วนะคะ ปีนี้ก็เหมือนกันมีอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับวิธีที่จะสามารถช่วยเสริมดวงชะตาราศรีของตัวเราให้ดีขึ้น ของญี่ปุ่นอย่างหนึ่งมาบอกเล่าให้กันฟังค่ะ เคล็ดนี้เจ้าตัวได้ลองทำดูแล้ว.. ผลปรากฏว่า ค่อนข้างจะดีและได้ ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก จึงอยากที่จะนำมากระซิบบอกเป็นการส่ง ท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับเพื่อน ๆ และทุกท่านลองจำไปทำตามกันดูบ้าง.. รับรองว่าดีจริง ๆ ค่ะ

เขาว่ามาว่า..ในรอบปีเกิดของมนุษย์เราที่มีอยู่ทั้งหมด 12 ราศรีนั้นให้ นับจากราศรีเกิดของเรา ขึ้นไป 7 ครั้ง หยุดตรงราศรีไหน ( อย่างตัวอย่างเช่น เกิดปีเสือ...นับขึ้น 7 ครั้งก็จะได้เป็น...ปีไก่ ) ก็ให้นำราศรี นั้นมาเป็นตัวฐานในการ ตั้งหรือซื้อพวกของประดับต่าง ๆ อย่างเช่นตุ๊กตาที่ทำมาจากของจำพวกแก้วที่ เราพอ จะเคยเห็นตามห้างร้านต่าง ๆหรือจะเป็นตุ๊กตาหมอนรูปไก่หรือแม้แต่ผ้า เช็ดหน้าถ้าเป็นไปได้ก็ให้ปักรูปไก่ลงไป สักนิดเท่านั้น ไม่จำเป็นว่าจะเป็นแต่ของที่มี ราคาค่างวดอย่างเดียวหรอกค่ะอย่างตุ๊กตาแก้วตัวเล็ก ๆนั้นก็นำมาตั้ง เรียงหรือ จะเป็นของประเภทพวกพวงกุญแจก็ได้ ให้สะสมวางไว้บนโต๊ะหรือบนหัวนอนในที่ ๆ ที่เป็นส่วนเฉพาะตัวของเรา หรือพกติดตัวเท่านั้นเอง ดวงชะตาราศรีของเรา นั้นก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆค่ะ...เรื่องพวกโชครางของขลังพวกนี้ จะให้ผลดียิ่งและเป็นจริงได้นั้น ก็ขึ้นอยู่ที่ใจของเราและความเชื่อถือในสิ่งนั้น ๆ... ถ้าจะลอง ทำดูก็คงจะไม่เสียหายอะไรใช่ไหมคะ ? มาลองวิ่งชนความโชคดี ของดวงชะตาที่เราสามารถที่จะทำได้ด้วยตัวของเราเองกันเถอะค่ะ..


ขอนำเรื่องความเป็นมาของการกำเนิดปีเกิด 12 ปี ของญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังนะคะ.. พวกสัตว์ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้คุ้มครองปี ปีนั้น ๆ อาจจะมีบางชนิดที่ไม่เหมือนกับของไทยเรา.. แต่รวมคล่าว ๆแล้วก็มี ส่วนคล้าย ๆกันมากค่ะ..ยกตัวอย่างอย่างเช่นของไทยเรา ปีกุน เป็นปีหมู แต่ของญี่ปุ่นเค้าเป็นปี อิโนชิชิ คือปีหมูป่า..ก็คล้าย ๆกันคือหมูกับหมูป่า ก็คือตะกูลเดียวกันนะคะ... ทักทายกันแค่นี้..แล้วเราก็มาเริ่มเรื่องกันเลยค่ะ...

สมัยก่อนในยุคที่ยังไม่มีการกำหนดให้มีปีเกิดของในทุก ๆปีขึ้นนั้น วันหนึ่งซึ่งเป็นวันที่ใกล้จะถึง วันปีใหม่ของปีนั้น เทพเจ้าได้ออกมายืนชมทิวทัศน์อยู่ที่บนยอดเขา ท่านได้มองลงไปและเห็นว่าพวกสัตว์ ป่าต่าง ๆที่ออกมายืนรวมกลุ่มกันอยู่ที่เชิงเขานั้น กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ อย่างสนุกสนาน เทพเจ้าได้เกิดมีความคิดขึ้นมาว่าน่าจะนำพวกสัตว์เหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์ ขึ้นมาบ้างน่าจะดี
" นี่พวกเจ้าทั้งหลาย..ข้ามีความคิดที่ว่าอยากให้พวกเจ้าทั้งหลายมีส่วนทำ ประโยชน์ขึ้นมาได้บ้างสำหรับวันขึ้นปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้ปีนี้ .."


ด้วยเพราะว่าตามปกติในวันขึ้นปีใหม่ของทุก ๆปี..พวกสัตว์ต่าง ๆจะต้องขึ้นมาบนภูเขา เพื่อมาทำ ความคาราวะและแสดงความยินดีต่อเทพเจ้าในทุก ๆปี อยู่แล้ว
" แต่ว่าปีนี้ให้มาแสดงความยินดีอย่างเดียวก็ไม่สนุก..อื้ม..เอาอย่างนี้แล้วกันข้า ขอออกคำสั่งว่า..สัตว์ตัวไหนที่มาแสดงความยินดีกับข้าในวันขึ้นปีใหม่..จะได้รับ ตำแหน่งพิเศษที่มีความสำคัญมากของในแต่ละปีเป็นรางวัล" เทพเจ้าได้เขียนป้ายประกาศขึ้น และได้นำไปปักไว้เพื่อเป็นการประกาศต่อพวกสัตว์ทั้งหลายที่เชิงเขา...


ในป้ายประกาศ มีข้อความเขียนไว้ว่าดังนี้

"ในวันขึ้นปีใหม่ของปีนี้ สัตว์ตัวที่ขึ้นภูเขามา เพื่อ แสดงความยินดีในวันขึ้นปีใหม่จะได้รับตำแหน่งสำคัญตามลำดับ ตั้งแต่หนึ่งถึงสิบสองผลัด กันไปปีละหนึ่งครั้งจะได้เป็นสัตว์ที่มีหน้าที่ พิเศษคุ้มครองในปีนั้น ๆตามลำดับ สิบสองครั้งสิบ สองตัว สิบสองปี"

..นี่เป็นประกาศจากเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่..


สัตว์ต่าง ๆเมื่อได้อ่านป้ายประกาศแล้วก็ให้เกิดมีความยินดีและตื่นเต้นกันอย่างเหลือล้น ที่จะได้รับตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญ ลิงเมื่ออ่านประกาศ จบแล้วก็รีบเอาหัวห้อยลงมาจากกิ่งไม้แล้วรีบตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
"ข้าคือสัตว์ตัวที่เป็น อันดับหนึ่ง..เจึ๊ยก ๆๆ" ไก่ก็ไม่ใช่ย่อยไม่ยอมแพ้ขยับปีกร้องเอก อี้ เอก เอ๊ก..ตอบกลับไปทัน ควันว่า
" แต่ข้านั้นตื่นเช้าก่อนใครที่สุด อันดับหนึ่งต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน..เอก อี้ เอก เอ๊ก..." พวกสัตว์ต่าง ๆในที่นั้นรีบยกมือขึ้นมานับนิ้วมือกันใหญ่
" อีกกี่วัน วันปีใหม่จะมา ถึงนะ อยากให้มาถึงเร็ว ๆจังเลย "สัตว์ทุกตัวรอคอยกันอย่างกระวนกระวายใจไม่เว้นตัวไหน เลยทีเดียว.....ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ นี่จะได้รับ ตำแหน่งหน้าที่พิเศษจากเทพเจ้าเชียวนะ....


แต่ตรงนี้...แมวจอมขี้เซา ที่ชอบนอนบิดขี้เกียจอยู่ตลอดทั้งวัน หลังจากวันที่มันได้อ่านประกาศ มาหลายวันก็ลืมเสียแล้วว่าเทพเจ้าประกาศไว้ว่าอย่างไร??เจ้าแมวนึกขึ้นมาได้เลือน ๆ ลาง ๆ จึงไปถามหนูว่าเทพเจ้าประกาศว่าให้ไปหาในวันไหน..เจ้าหนูจอม เจ้าเล่ห์ได้โกหกบอกกับแมว ไปว่า " เทพเจ้าสั่งให้ไปหาในวันรุ่งขึ้น หลังจากวันขึ้นปีใหม่ผ่านไปแล้ว ห้ามไปหาในวันขึ้นปีใหม่.. จงจำไว้ให้ขึ้นใจด้วย..จู้ๆๆ.. " เจ้าแมวก็เลยทำท่าโล่งใจหันกลับมาหลับซบเซาตามนิสัย ของมันอย่างเดิม...


และแล้ว...วันขึ้นปีใหม่ก็มาถึง ได้ฤกษ์ขึ้นไปหาเทพเจ้าเพื่อรับตำแหน่งที่สำคัญกันแล้ว...วัวแหงนหน้า ขึ้นมองไปที่บนยอดเขา พระอาทิตย์เริ่มจะตกและทำท่าว่าจะลับขอบฟ้า..วัวผู้เป็นสัตว์ที่ออกจะ เฉื่อยชาและเดินช้ากว่าใครๆพูดขึ้นว่า
" มอ..มอ..ข้าเดินช้าไม่ทันใคร เห็นทีจะต้องออกเดินทางไป แต่เดี๋ยวนี้เห็นจะ ดี " แต่ตรงนั้น พอวัวเริ่มก้าวขาออกเดิน ก็ได้มีเจ้าตัวร้ายจอมเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งที่ ชอบพูดโกหกเป็นนิสัย ค่อย ๆย่องแอบขึ้นไปนั่งอยู่ที่บนหลังโดยที่วัว ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวสักนิด..เอ๋เป็นสัตว์ ตัวไหนล่ะนี่..
ทำไมขี้โกงจังหมายอาศัยแรงชาวบ้านเขาหรือนี่..


ใช่แล้วเจ้าตัวขี้โกงตัวนั้นมันเป็นเจ้าหนูตัวที่พูดบอกโกหกแมวไปไง..เจ้าหนูตัวนี้อาศัยอยู่ใกล้ ๆ กันกับวัวและรอคอยจังหวะ มันจึงรู้ว่าวัวจะออกเดินทางไปแต่หัวค่ำซึ่งเป็นเวลาก่อนหน้าใคร
" อุ๊..ฮู่ ฮู่.. ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยแรง เพราะมีคุณวัวเป็นผู้แบกและพาไปส่งให้ถึงที่..สบายจะตาย.. อุ๊..ฮู่ ฮู่.." วัวผู้เชื่องช้านั้นก็ไม่ได้ทันสงสัยและรู้สึกตัวอะไรเลยสักน้อยนิด วัวเดินแบกหนูจอมเจ้าเล่ห์ ไปตามทางเพื่อขึ้นภูเขา มันเดินไปเรื่อย ๆอย่างเชื่องข้า แต่ก็ด้วยความอุสาหะ...

กว่ามันจะขึ้นมาถึงยอดเขาก็เป็นเวลาเช้าพอดี พระอาทิตย์เริ่มฉายแสงสว่างขึ้นมาทีละนิด ๆ และตรงนั้นก่อนที่วัวจะรู้สึกตัวเจ้าหนูจอมเจ้าเล่ห์ก็รีบกระโดดลงมาจากหลังวัว มันรีบวิ่ง ไปยืนอยู่ที่ตรงหน้าของเทพเจ้าเป็นอันดับหนึ่ง....เจ้าหนูได้ตะโกนก้องว่า
" ขอแสดงความเคารพ และสวัสดีปีใหม่ ท่านเทพเจ้า "


ก่อนอื่นใดเทพเจ้ายิ้มรับและพูดว่า
" ย่า..สวัสดีปีใหม่ ผู้ที่มาเป็นอันดับ 1 เป็นที่หนึ่งก็คือเจ้า เจ้าหนูตัวน้อย ฮ่า ๆๆ" จึงเป็นด้วยเหตุนี้และเป็นเพราะความที่โง่กว่าหนูวัวเลยไม่ได้เป็นอันดับ ที่ 1 แต่วัวก็ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธและถือสาหนูเจ้าเล่ห์เลยสักนิด เทพเจ้าหันมาที่วัว แล้วพูดว่า
"ที่ 2 ก็คือวัว.. ใช้ความอุสาหะ และอดทนมากนะเจ้าวัว..ข้าขอแสดงความยินดีด้วย " เจ้า วัวเมื่อ ได้รับคำชมจากเทพเจ้าก็แกว่งหางส่ายหัวไป-มาแสดงความยินดีเป็นที่สุด..ดีใจด้วยนะคุณวัว..


ส่วนสัตว์ตัวอื่น ๆทั้งหลายเมื่อเช้ามาถึงแล้ว ก็ได้รีบออกเดินทางกันเพื่อจะขึ้นไปแสดงความ ยินดี กับเทพเจ้าบนยอดเขา พีย้อง..พีย้อง..กระโดดหย่อง ๆไปข้างหน้าตามทางขึ้นสู่ยอดเขาก็คือกระต่าย นั่นเอง และก็ได้วิ่งตามมาติด ๆก็คือเสือตัวใหญ่ เจ้ากระต่ายพอเหลือบไปเห็น ว่ามีเสือวิ่งตามตัวมาติด ๆ ก็รีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในพงไม้
" จ๊าก..โอ้ยน่ากลัวจังเลย " จึงด้วยเหตุนี้แลเจ้าเสือจึงได้เป็นอันดับที่ 3 กระต่ายได้เป็นอันดับที่ 4 ไปตามลำดับ..


และพอดีตอนนั้นพญามังกรซึ่งได้บินอยู่ที่บนท้องฟ้านั้นก็ได้มองลงไปเห็นป้ายประกาศของ เทพเจ้า..
" อะไร..ผู้ที่จะต้องไปถึงเป็นอันดับแรกและเป็นที่หนึ่งจะต้องเป็นข้าสิถึงจะถูก " พญามังกรทะยานบินขึ้นไปจนสูงเหนือก้อนเมฆแล้วเพ่งมองไปทางยอดเขา อะไรกันข้างหน้าน่ะ มีงูตัวเล็ก ๆกำลังเลื้อยซิกแซ๊กๆ อยู่ตรงทางที่จะไปสู่ยอดเขาพอดิบพอดีเลย เห็นที่ว่าจะไม่ได้การ


" เห..ย่า ย่า..เจ้าเป็นงูที่เลื้อยอยู่กับพื้นดินบินไม่ได้เหมือนกับข้า " พญามังกร" แล้วเจ้าจะมาเป็น ที่หนึ่งคือไป ถึงก่อนข้าได้ยังไง..ฮ่า ๆๆ..ที่หนึ่งจะต้องเป็นของข้าสิ ฮ่า ๆๆ " ว่าแล้ว เจ้าพญามังกรก็ทำตาเหลือกแล้วพุ่งตัวถลาลงไปที่ยอดเขาด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้าแลป เลยทีเดียว........... ดังนั้นพญามังกรจึงได้เป็นที่5 แล้วตามมาติด ๆก็คืองูเล็ก ได้เป็นที่6ไปตามระเบียบ ด้วยเพราะแพ้ความไวนั่นเอง..






NEXT


รักเธอเท่าฟ้า....โดยสุขุมาลย์