บุนบุคุ จากามะ"2"
bunbuku jakama กาน้ำชาของหลวงพ่อบุนบุคุ
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์
แล้วในกลางดึกสงัดขณะที่คนรับซื้อของเก่ากำลังหลับสนิทอยู่นั้น ก็เกิดเสียงเหมือนมีใครเรียกเขา ขึ้นในความมืดและทำลายความเงียบสงัดนั้น " เน่..เน่..คนรับซื้อของเก่า..เน่.เน้ " คนรับซื้อของเก่า จึงสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาและมองไปตามเสียงที่เรียก...แล้วเขาก็ต้องตกกระใจอย่างสุด ๆเพราะตรงหัว นอนที่เขาวางกาน้ำชาไว้นั้นปรากฏว่ากาน้ำชาที่เขาวางไว้นั้นเกิดมีหัว "เป็นทานุคิ " และมีเท้ากับหาง โผล่ออกมายืนอยู่แล้วยังแถมร้องเรียกเขาอยู่มิใช่หรือนั่น.... " ว๊าก...กาน้ำชาผี...พูดได้ด้วย..ฮี้ ๆๆๆ "
เจ้ากาน้ำชาหัวทานุคิเห็นคนรับซื้อของเก่าตกใจจนร้องเสียงหลงเข้าเช่นนั้น...ก็รีบพูดขึ้นด้วยเสียง อันดังว่า " เดี๋ยวก่อนท่านผู้มีพระคุณ ได้โปรดกรุณาอย่าตกอกตกใจไปจนถึงขนาดนั้นเลย...กรุณาช่วย ฟังเรื่องราวความเป็นมาที่ข้าจะเล่าให้ท่านฟังต่อจากนี้ก่อนเถิด...แล้วท่านจะไม่ตกใจอะไรเลย...คือข้า เป็น "ทานุคิ "ตัวที่อาศัยอยู่บนภูเขาลูกเล็กที่อยู่ถัดไปของหลัง "วัดโมรินจิ "หลวงพ่อบุนบุคุท่านให้ความ ปราณีคอยหาอาหารมาให้ข้ากินเป็นเวลาแรมเดือนแรมปี...ข้าให้เป็นซึ้งใจในพระคุณของท่านอย่างเหลือ ล้นจึงคิดที่จะหาทางตอบแทนบุณคุณของท่านบ้าง..จึงแอบหนีเข้าไปในเมือง....
แต่ว่าก่อนที่ข้าจะทันได้พบช่องทางและได้ตอบแทนบุญคุณของหลวงพ่อท่านนั้น...ข้าก็โดนพวกผู้ชายใจ สกปรกกลุ่มหนึ่งเห็นเข้าและคนพวกนั้นก็ไล่ตามเพื่อจะจับข้า...ความที่ข้ากลัวและตกใจมากนั่นเอง...ข้าเลย แปลงร่างเป็น " กาน้ำชา " โดยไม่ได้ทันคิด ข้าเพียงแต่อยากจะอำพลางร่างเท่านั้น...แต่ผลลับกลับ ตาละปัตเพราะพวกคนเหล่านั้น...กลับช่วยกันนำข้าไปขายให้กับร้านขายของเก่า...แล้วที่ร้านขายของ เก่านี่แหละที่หลวงพ่อบุนบุคุท่านได้ซื้อข้ามา..ข้าเลยได้เป็นอิสระอีกครั้ง "
"ตั้งแต่ข้าได้แปลงร่างเป็นกาน้ำชาและจนหลวงพ่อท่านนำข้ามาที่วัดจนบัดนี้...ข้าได้กินก็แต่น้ำเท่านั้น ยังไม่ได้กินอาหารอะไรเลยจนบัดนี้...ข้าหิวเหลือเกินคนรับซื้อของเก่า...นึกว่าสงสารข้าเถิดช่วยให้ ข้าได้อาศัยอยู่กับท่านเถิดนะ " เจ้ากาน้ำหัวทานุคิ ก้มหัวของมันประหลก ๆอ้อนวอนขออยู่ด้วย อย่างน่าสงสาร คนขายของเก่านั่งฟังด้วยความเห็นใจแต่...เขาน่ะเป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ เขานั่งเอามือลูบคางแล้วพูดว่า " อยากจะให้เจ้าอยู่ด้วยเหลือเกิน..แต่ว่าข้าจะมีปัญญา เลี้ยงดูเจ้าให้อิ่มหมีพีมันได้หรือปล่าว? นั้น...ข้าละก็ยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่เลย เจ้าทานุคิเอ๋ย.."
เจ้าทานุคิเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มระรื่น ตอบคนรับซื้อของเก่าว่า " ถ้าท่านจะกรุณาให้ข้าอยู่ด้วยได้ ละก็...เรื่องกินอยู่นั้นข้ามีความคิดดี ๆที่จะช่วยท่านหาเงินให้ได้มาก ๆเป็นการตอบแทนคือให้ ท่านนำข้าไปแสดงกายกรรมแสดงการต่ายลวดโดยป่าวประกาศว่า " กาน้ำชาประหลาดเดินได้ แสดงการต่ายลวดได้...แค่นี้เองหละ " เจ้าทานุคิเอามือตีท้องตัวเองดัง..บ้อง..บ้อง..."เชื่อใจข้าเถอะ รับรองว่าความคิดอันนี้ของข้าจะช่วยท่านหาเงินได้อย่างมากมาย ข้าจะช่วยท่านอย่างเต็มที่เลยทีเดียว "
ในวันรุ่งขึ้น ตามความคิดของเจ้าทานุคิ...คนรับซื้อของเก่าก็จัดการเปิดร้านขึ้นที่ตรงหน้าบ้านของ ตนนั้นเลย...ที่หน้าร้านเขาก็ได้ทำป้ายติดเอาไว้ว่า " กาน้ำชาประหลาด..."สึนะ วาตารี (เดินไต่บนเส้น ลวด)" คนรับซื้อของเก่าเมื่อเตรียมการเรียบร้อยแล้วก็เดินตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วหมู่บ้านเลยทีเดียวว่า " ก้อง ๆๆๆ...ส่า..เชิญ..เชิญ เชิญชมการไต่ลวดของกาน้ำชาประหลาดสามารถเดินได้พูดได้ มหัศจรรย์อย่าง ที่สุด จะหาดูไม่ได้อีกแล้วที่ไหน..เชิญ..เชิญพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย..เร่เข้ามา ๆชมกันเป็นขวัญตา.... "
มีชาวบ้านที่สนใจเข้ามาชมกันอย่างมากมายจนล้นหลามเกินความคาดหมาย พวกชาวบ้านที่เข้ามาชม ต่างตรบมือกันดังลั่นด้วยความพอใจ " ฮ่า ๆๆๆ กาน้ำชาประหลาดจริง ๆด้วย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอ และเห็นอะไรประหลาดและสนุกอย่านี้ ฮู้ ๆๆ... " ตั้งแต่นั้นก็มีผู้คนมากมายดั้นด้นกันเข้ามาชมการแสดง ของเจ้ากาน้ำชาประหลาดทุกวัน ๆ ผลก็เลยปรากฏว่าคนรับซื้อของเก่าผู้ยากจนก็เลยกลายเป็นคนร่ำรวย ขึ้นมาอย่างทันตาเห็นเลยทีเดียว...
คนรับซื้อของเก่าให้เป็นดีอกดีใจอย่างเหลือล้นที่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนมีเงินมากมายขนาดนี้และเขาก็ ระลึกนึกถึงบุญคุญของเจ้าทานุคิมาก วันหนึ่งเขาจึงพูดกับเจ้าทานุคิว่า " เป็นเพราะเจ้า ข้าเลยสุข สบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนเมื่อก่อน ข้าขอบใจเจ้ามากเพื่อนคู่ยากของข้า...ตอนนี้เราก็มีเงินมาก มายแล้ว...ข้าสงสารเจ้า..นะ..ข้าจะแบ่งเงินให้เจ้าส่วนหนึ่ง..เลิกเป็นกาน้ำชาเถิด กลับร่างเป็นทานุคิเหมือนเดิมเถอะ...มีเงินแล้วนี่..เจ้าจะได้มีความสุขยังไงเล่า " แต่...อะไรเล่านี่.. เมื่อเจ้าทานุคิฟังคนรับซื้อของเก่าพูดจบแล้ว ก็ทำหน้าเหมือนกินยาขมเข้าไปเลยหละ...แล้วเอามือเกาหัว เกรก ๆเหมือนจนกับปัญหาอะไรอย่างหนึ่ง...อ้าว...อ้าว..เจ้าทานุคิ..จะมีความสุขแล้วทำไม?..จะต้องทำท่า คิดมากอย่างนั้นด้วยเล่า...เจ้าทานุคิ...ก็..
เจ้าทานุคิทำท่าเหนียมอายแล้วพูดตอบคนรับซื้อของเก่าว่า " แฮ๊ะ ๆๆๆสงสัยข้าจะเป็นกาน้ำชานานเกิน ไปหน่อย...ฮ่า ๆๆๆ...แย่เลยหละท่าน..แปลงร่างกลับเป็นทานุคิไม่ได้น่ะ...ท่าน...แฮ๊ะ แฮ๊ะ " คนรับซื้อ ของเก่าเมื่อได้ฟังดังนั้น " โธ่...โธ่...โธ่เอ๋ย...เวรกรรม...กลับคืนร่างไม่ได้แล้วหรือนี่ เจ้าก็ต้องเป็นอย่างนี้ ตลอดไปจนตายน่ะสิ...เฮ้อ...น่าสงสารเจ้าจัง.."คนรับซื้อของเก่าให้เป็นสงสารเจ้าทานุคิ เหลือกำลัง... คนรับซื้อของเก่าจึงพยายามคิดหาทางเพื่อช่วยเจ้าทานุคิคู่ยากตัวนี้อย่างสุดกำลัง แล้วเขาก็คิดจนได้ทาง ที่ดีที่สุดขึ้นมาได้...เขาได้พาเจ้าทานุคิที่กลับร่างเดิมไม่ได้ตัวนั้นไปหาหลวงพ่อบุนบุคุที่วัดและพร้อมด้วย เงินที่เขาแบ่งให้กับมันครึ่งหนึ่งนั้นไปวางไว้ตรงหน้าหลวงพ่อพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้หลวง พ่อท่านฟัง.....
เขาก้มลงกราบแล้วพูดว่า " เงินทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นส่วนของเจ้าทานุคิมันทั้งหมดได้โปรดเถิดหลวง พ่อช่วยกรุณารับเจ้ากาน้ำชาทานุคิตัวนี้ไว้เลี้ยงดูที่วัดสักตัวเถิด...ตัวข้าคิดไตร่ตรองแล้วว่าที่ ๆเหมาะสมและ ดีมีความสุขสำหรับมันมากที่สุดก็คือที่นี่...นึกว่าสงสารมันช่วยอนุญาติให้มันอยู่ที่นี้นะหลวงพ่อ..."หลวงพ่อ นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความเงียบแล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินไปลูบหัวเจ้าทานุคิตัวนั้นด้วยความเอ็นดูและ สงสารจับใจ...แล้วท่านก็พูดกับมันว่า " ที่แท้เจ้าก็เป็น " ทานุคิป่า "ตัวนั้นนั่นเองหรือนี่...ฮ่า ๆๆๆอาตมา ละก็ฝึกฝนยังไม่เพียงพอเลยนะ...จึงได้ไม่รู้และสังหรณ์ใจอะไรเลยจริง ๆว่าเป็นเจ้าเอง...ฮ่า ๆๆๆ "
หลวงพ่อท่านนำเจ้ากาน้ำชา "ทานุคิ "ใบนั้นไปวางไว้บนแท่นบูชาในห้องโถงวัด..ท่านให้ความสำคัญและ เลี้ยงดูอย่างดีจนคนทั่วไปที่มาที่วัดจะเรียกกันจนติดปากว่า " บุนบุคุ จากามะ " จนมีชื่อเสียงร่ำลือทั่วไป แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปเมื่อหลวงพ่อท่านหมดอายุไขเจ้าจากามะ(กาน้ำชา)ใบนั้นก็กลับกลายและเป็นกาน้ำ ชาจริง ๆไปโดยปริยาย....ในตำนานไม่ได้กล่าวว่าเจ้าทานุคินั้นได้หายสาปสูญไปอยู่แห่งหนใด?...แต่ที่วัด "โมรินจิ"ทุกวันนี้ก็ยังมี "กาน้ำชา " ของหลวงพ่อท่านตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชากันอยู่จนถึงทุกวันนี้ค่ะ.......
END
BACK
END