กลองมหัศจรรย์
ของปีศาจ " เท็งกุ "
หนูน้อยท
ประวัติของ " ปีศาจเท็งกุ "



บทนำเรื่องนิทานเรื่อง "กลองมหัศจรรย์ของปีศาจเท็งกุ " นี้เป็นเรื่องที่เล่ากันต่อ ๆมาแต่สมัยโบราญ มีหลายแบบตามแล้วแต่ความเชื่อถือของแต่ละจังหวัดที่เล่าขานกันมา ในตอนที่ใกล้ ๆ ตอนจบของเรื่องนั้น บางจังหวัดก็ได้เล่าว่าหลังจากที่ตัวเอกได้ขึ้นไปอยู่บนก้อนเมฆนั้น ก็ได้ตกลงมาเป็นปลาโค้ย (ปลาเก๋า)ก็มีอยู่เหมือนกัน ในเนื่อเรื่องยังได้กล่าวอ้างอิงถึงเรื่องของปีศาจที่มีชื่อเสียงตนหนึ่งที่ชื่อ " เท็งกุ "ที่ได้เข้ามาเป็นตัวสำคัญในการเดินเรื่อง ให้สนุกสนานขึ้น เป็นนิทานที่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่ชอบการสร้างสรรนึกคิดและชอบการผจญภัยเรื่องหนึ่ง


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีหนุ่มน้อยผู้ขยันขันแข็ง อยู่นายหนึ่ง นามว่า " ทาโร่ " วันหนึ่งทาโร่หนุ่มน้อยได้ขึ้นเขาเพื่อที่จะไปตัดไม้ หมายจะนำกลับมาทำเชื้อเพลิง เขาได้ทำการตัดไม้ไปเรื่อย เปื่อยมาตั้งแต่เช้า จนเลยมาถึงเวลาเที่ยงวันเข้าพอดี และก็รู้สึกว่า ท้องนั้นเริ่มจะหิวขึ้นมา จึงหยุดพัก แล้วเดินไป หยิบห่อข้าวปั้น ที่พกเตรียมมาเป็นอาหารมื้อกลางวันด้วยนั้น นำไปนั่งลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แต่ในขณะที่ " ทาโร่ " กำลังนั่งกินข้าวปั้น อาหารมื้อเที่ยงของเขาอย่างเอร็ดอร่อยและเพลิน ๆ อยู่...พอดีนั้น...


พลัน !.....เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนกับได้มีใครมาเรียกชื่อของเขา ดังมาขัดจังหวะขึ้นกลางครันว่า " ทาโร่ ! ทาโร่ ! แบ่งข้าวปั้นสุดอร่อยนั่น ให้ข้ากินบ้างสิ ! " ทาโร่ จึงรีบหันไปที่ต้นเสียงที่เรียกเขา...แต่สิ่งที่เขาได้เห็นนั้น !... ทำให้เขาถึงกับต้องตกกระใจอย่างหนักเลยทีเดียวเลยหละ !...เพราะเจ้าของเสียงที่เรียกขอแบ่งข้าวปั้น เขากินอยู่ เหยง ๆนั่นน่ะ...มันเป็นเสียงของเจ้าปีศาจ " เท็งกุ " นั่นเอง " ทาโร่ " ด้วยความกลัวและตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็ได้มีปีศาจ โผล่ออกมาปรากฏกายต่อหน้า แล้วก็เป็นเวลากลางวันแสก ๆ อีกเสียด้วยแบบนี้ จะคิดหนีหรือ ?ก็คงจะหนีไม่ พ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทันทีทันใด...โดยรีบยื่นห่อข้าวปั้นของเขาให้กับ ปีศาจเท็งกุ ไปทั้งห่อพร้อม ทั้งพูดระล่ำระลักด้วยเสียงและตัวที่สั่นเทาไปหมดว่า " เชิญ...เชิญ...เชิญเลยท่าน เชิญท่านรับประทานตามสบาย... เชิญเลยครับท่าน..เท็งกุ "


เจ้าปีศาจ " เท็งกุ " เมื่อรับห่อข้าวปั้นมาได้ ก็กินจนหมดด้วยความเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว และเมื่อมันกินเสร็จแล้วก็พูด กับเขาว่า " ฮ่า ๆๆๆ สุดอร่อยจริง ๆเลยข้าวปั้นของเจ้านี่ อย่างนี้เห็นทีว่าจะต้องให้รางวัลด้วยของดี ๆเป็นการตอบแทน เสียแล้วสิ ฮ่า ๆๆๆ " เจ้าปิศาจเท็งกุ หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีตามแบบฉบับของมัน แล้วพร้อมกันนั้น มันก็ได้ ล้วงเอากลองใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งออกมา แล้วยื่นมอบให้กับทาโร่ พร้อมกับพูดบอกกับเขาว่า " กลองใบนี้เป็นกลอง มหัศจรรย์ นะจะบอกให้ ตีทางด้านสีแดงนี่แล้วให้พูดว่า จมูกจงยาวขึ้น....จมูกจงยาวขึ้น....เอ้า ของดีนะเนี้ย... ลองตีดูสิ "


ทาโร่เมื่อโดนปีศาจเท็งกุเร่งเร้าเหมือนบังคับให้ลองตีดูเข้าอย่างนั้น ก็ทำตามอย่างว่าง่ายด้วยความกลัวที่ว่า ถ้าไม่ทำ ตาม เดี๋ยวมันจะพลานโกรธเอาให้ละก็ เป็นยุ่งเลยทีเดียวเชียว ทาโร่จึงได้ยกไม้ขึ้นตีกลองใบนั้นทันที

  "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง...จมูกจงยาวขึ้น...

แล้วก็ให้เป็นมหัศจรรย์อย่างเหลือเกิน เพราะจมูกของทาโร่นั้นได้ยาวขึ้นมาจริง ๆ ในบัดดล...ยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบ จะเท่า ๆและเหมือน ๆกับจมูกของเจ้าปีศาจเท็งกุ ซึ่งทั้งยาวและใหญ่จนน่าเกลียด เข้าไปทุกที ๆ ก็ว่าได้.... ทาโร่ ด้วยความตกกระใจสุดขีดจึงร้องขึ้น จนเสียงหลง เลยแหละว่า " จ๊าก...แย่แล้ว...แย่แล้ว...แง้ ๆๆ ข้าแย่แน่แล้ว จมูกยาว จนน่าเกลียดอย่างนี้ ทีนี้ข้าก็กลับไปที่หมู่บ้านไม่ได้อีกแล้วน่ะสิ โอ้ย..ข้าอายเขาตายเลย ฮื่อ ๆๆ "



เจ้าปีศาจเท็งกุ เมื่อเห็นทาโร่ตกใจ จนร้องลั่นเข้าอย่างนั้น ก็หัวเราะเสียงดังอย่างกะฟ้าจะถล่มทลายด้วยความถูกใจ เพราะ มันเป็นปีศาจที่ขี้เล่นอยู่ไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน " ฮ่า ๆๆๆ ไม่ต้องต๊กกะใจ อย่างนั้นสิ ทาโร่ ก็... ฮ่า ๆๆ ตีอีกด้านที่เป็นสีน้ำเงินนั่น แล้วให้พูดว่า จมูกจงหดลง...จมูกจงหดลง...แค่นั้นเอง เอ้า..รีบตีเข้าสิ ฮ่า ๆๆๆ " ทาโร่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตาเหลือก รีบทำตาม คำบอกของเจ้าปีศาจเท็งกุทันที

   "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง...จมูกจงหดลง

แล้วจมูกของทาโร่ก็พลันหดสั้นลงมาในทันตาเห็น กลับมาเป็นจมูกเหมือนจมูกเดิมอันเก่าของเขาในทันทีเลยหละ...



ทาโร่ด้วยความดีใจยิ้มทั้งน้ำตาเลยทีเดียวเชียว " ฮ่า ๆๆ ตกใจหมดเลย...แต่ว่ากลองนี่ ช่างน่ามหัศจรรย์จริง ๆ อย่างที่ท่านว่า เหลือเชื่อเหลือเกิน มีวิธีแก้ได้ด้วย ฮ่า ๆๆ " ทาโร่ให้เป็นนึกทึ่งในความมหัศจรรย์ของกลองใบนั้นเป็นอย่างมาก แล้วก่อนที่เจ้าปีศาจเท็งกุจะจากไป มันยังได้บอกกับทาโร่อีกด้วยว่า " เหอ ๆๆ เก็บรักษากลองใบนี้ไว้ให้ดี ๆ นะ เพราะ ว่าเจ้ากลองใบนี้น่ะ ถ้าใครมีเก็บไว้เป็นเจ้าของ แล้วจะช่วยดลบันดาลให้เจ้าของได้รับแต่สิ่งที่ดี ๆ เป็นการตอบแทนแถมอีก ด้วยนะจะบอกให้ จำไว้ให้ดี ๆ ด้วย ทาโร่พ่อหนุ่มน้อย...ด้านสีแดงนี่ตีแล้วจมูกจะยาวขึ้น และถ้าจะให้หดสั้นกลับลงมาอย่าง เดิมก็ให้ตีด้านสีน้ำเงินนั่น ฮ่า ๆๆ...ข้าไปหละ ขอบคุณสำหรับข้าวปั้นสุดอร่อยของเจ้าด้วย บ้าย..บาย "


ทาโร่เดินลงเขามาด้วยความดีใจ ที่อยู่ ๆ ก็โชคดีได้ของดีจากปีศาจเท็งกุ มาเป็นเจ้าของ อย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวเข้าแบบนี้ และในระหว่างกลางทางที่เขากำลังจะกลับถึงบ้าน ก็ได้หยุดพักเหนื่อยที่ตรงทางลาดของเชิงเขา เมื่อวางไม้ที่เดินแบกลงแล้ว ทาโร่ก็ล้มตัวนอนไปที่บนพี้นหญ้า แล้วหยิบกลองของปีศาจเท็งกุขึ้นมาส่อง เพ่งพินิจพิจารณามองดู มองไปมองมา ทาโร่ก็เกิดความคิดที่พิลึกพิลั่นขึ้นมาอย่างหนึ่งเข้า " เห...กลองมหัศจรรย์นะเนี่ย..ฮึ ฮึ นี่ถ้าตีแล้วจมูกยาวขึ้นไป ยาว ขึ้นไป จนไปถึงบนสวรรค์ล่ะ...ฮึ ฮึ คงจะพิลึกกึกกือดี ไปอีกอย่างนะเนี่ย ฮ่า ๆๆ " คิดไม่คิดปล่าว ทาโร่ยังยกไม้ ขึ้นตีไปที่กลองใบนั้นทันที เลยจริง ๆ ด้วย


  "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง...จมูกจงยาวขึ้น...จมูกจงยาวขึ้น...

แล้วเมื่อสิ้นเสียงสั่งให้จมูกยาวเข้าเท่านั้นแหละ...จมูกของทาโร่ก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นมาเลยหละ มันเริ่มสั่นไหวกระดุกกระดิกอยู่ พักหนึ่งแล้วจึงค่อย ๆ ยาวขึ้น...ยาวขึ้น ยาวสูงขึ้นไป...สูงขึ้นไป...ยาวสูงชี้ขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ไม่ยอมหยุด...สูงขึ้นไปจน เลยผ่านเหนือต้นไม้ขึ้นไป ผ่านเลยฝูงนกที่กำลังบินกันอยู่บนท้องฟ้านั่นขึ้นไปอีก และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยเสียด้วย " ว้าว...สนุกจังเลย จมูกเอ๋ย...จงยาวขึ้นสูงขึ้นไปอีก ยาวขึ้นไปให้ถึงบนสวรรค์นั่นเลย...ฮ่า ๆๆๆๆ "

  "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง...

ทาโร่ด้วยความที่นึกสนุกอย่างหนักจนลืมตัว เพราะคิดอยู่แต่ว่าอยากจะให้จมูกของตนนั้นยาวขึ้นไปให้ถึงสวรรค์นั่นแหละ... ปากก็พูดสั่งให้จมูกยาวขึ้นไป ๆ...มือก็รัวตีกลองไปให้จ้าระหวั่นไปหมดเลยทีเดียว...

  "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง...



จมูกของทาโร่นั้น ยาวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนสูงขึ้นไปจนทะลุก้อนเมฆขึ้นไปเลยทีเดียว...แล้วจะเป็นด้วยการบังเอิญหรือ จะเป็นความโชคร้ายหรือจะโชคดีหรือยังไงของทาโร่ ก็ตามเถอะ ที่วันนั้น " ตัวฟ้าผ่า " ซึ่งเป็นยักษ์ตระกูลหนึ่งที่อาศัยอยู่เหนือก้อนเมฆนั้น วันนี้มันได้รับหน้าที่ให้มา ซ่อมสะพาน และขณะที่มันกำลังซ่อมสะพานอยู่เพลิน ๆ มันก็ได้เหลือบไปเห็นจมูกของทาโร่ที่ยาวทะลุก้อนเมฆขึ้นมา นั้นเข้า และด้วยมันไม่คาดคิดว่าจะเป็นจมูกของคน " เอ๋...นี่มันไม้อะไรอีกละ แต่ เดี๋ยวก่อน แหมขนาดมันช่างพอดีพอ เหมาะเหลือเกินเลยหละ " มันพูดอย่างดีใจ พร้อมทั้งกับฉวยเอาจมูกที่คิดว่าเป็นไม้นั้นของทาโร่ จับได้ก็ผูกและมัดติดไว้ กับเสาสะพานที่มันกำลังซ่อมอยู่นั้นทันที อย่างแน่นหนาเสียด้วยสิ....


ทาโร่ที่นอนตีกลองอยู่ด้านล่างอย่างเมามันนั้น อยู่ ๆเขาก็รู้สึกว่าได้เกิดอะไรที่ผิดปกติขึ้นกับปลายจมูกของเขาเข้า จึงตกใจ และร้องขึ้นด้วยความเจ็บ " โอ้ย..เจ็บ เกิดอะไรขึ้นกับปลายจมูกของข้านี่ ฮี้.." ทาโร่จึงรีบตาลีตาเหลือกหันกลองด้าน สีน้ำเงินได้ ก็ยกไม้ขึ้นตีให้เป็นพันละวันเลยทีนี้ "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง... "บ้อง...บ้อง...บ้อง...บ้อง... "จมูกจงหดลง...จมูกจงหดลง..." เขาออกคำสั่ง หมายจะหดจมูกของตัวเองให้หดลงมา แต่ เวรเอ๋ย..เวรกรรม..ด้วยจมูกของเขาได้โดนผูกไว้กับเสาของสะพานบนฟ้านั้นอย่างเหนี่ยวแน่นอย่างที่ว่า ก็เลยเป็นว่าแทน ที่จมูกจะหดลงมาเลยกลับกลายเป็นว่า...ตัวและร่างกายของเขานั้นกลับเป็นอันต้องลอยละลิ่วขึ้นไปสู่ด้านบนคือท้องฟ้าอย่าง รวดเร็ว


จึงด้วยการละฉะนี้ ทาโร่จึงอยู่ในสภาพที่ตีกลองไป ตัวก็ลอยละลิ่วขึ้นไปสู่ท้องฟ้า อย่างที่ว่าใครก็ช่วยอะไรไม่ได้เสียแล้ว " ว๊าก..จ๊าก ๆๆ โอ้ย..ใครก็ได้ช่วยด้วย พระเจ้าก็ได้ช่วยข้าด้วย ฮื่อ ๆๆๆ...แว๊ก..นั่นภูเขา...นั่นท้องทะเล..มองเห็นลิบ ๆ อยู่ข้างล่างนั้น เหวอ...แย่แล้วเราทำไงดี...ฮื่อ ๆๆ พ่อแก้ว...แม่แก้วช่วยข้าด้วย " ทาโร่ตะโกนโหวกเหวกร้องขอความช่วย เหลืออยู่เหยง ๆ แต่จะมีใครเล่า ที่จะช่วยเขาได้...ก็นั่นมันบนฟ้านะ...แม้แต่นกที่กำลังบินอยู่ดี ๆ ก็ยังบินหนีด้วยความตกใจ เลยดูสิ...เออ...ก็คิดเล่นพิเลนอย่างนั้นน่ะ...ทาโร่ก็...


เมื่อทาโร่ลอยทะลุก้อนเมฆขึ้นมาแล้วก็มาติดห้อยต่องแต่งอยู่ที่สะพานอย่างหมดท่าหมดทางเลยทีเดียว และเมื่อเจ้าตัวฟ้าผ่าได้ เดินออกมาสำรวจตรวจดูความมั่นคงของสะพานอีกครั้ง และเมื่อมันได้มองไปเห็นทาโร่เข้ามันให้เป็นตกกระใจเป็นอย่างมาก " อ้าว..ข้าก็นึกว่าไม้อะไร ที่ไหนได้ ดันกลายเป็นจมูกของมนุษย์ไปได้ยังไงละนี่ เอ้อ..ต้องขอโทษทีเถิดพ่อหนุ่ม ข้ามัวแต่รีบ ร้อนมากไปหน่อยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอโทษที...ขอโทษที " แล้วเจ้าตัวฟ้าผ่าจึงได้แกะเชือกแล้วฉุดเอาทาโร่ขึ้นมาบนสะพาน นั้นให้


NEXT



แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์