gatjigatji..yama
กัดจิกัดจิ...ภูเขาหลังไหม้ไฟ
บทนำเรื่อง
เนื้อความเดิมของต้นเรื่องแต่ดั้งเดิมนั้นมีอยู่ว่า ทานุคิแปลงร่าง เป็นมนุษย์แล้วใช้กลลวง หลอกยายไปฆ่าทำซุป แต่เนื้อเรื่องเดิมนั้นมีความโหดแอบแฝงอยู่มาก จนเกินไป...ในสมัยต่อมา จึงมีผู้นำมาดัดแปลงเนื้อเรื่องเสียใหม่ให้น่าอ่านขึ้น ว่ากันว่าที่ประเทศ " เปอร์ริเชีย " ก็มีเรื่องราวที่คล้าย ๆกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน...นิทานเรื่องนี้จินตนาการถึงความ ชั่วที่ทานุคิได้ก่อขึ้นและอันนั้นเป็น ความผิดและ ไม่ถูกต้องจึงจำต้องมีการสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสีย... ทีนี้เรามาลองฟังเรื่องที่เขาดัดแปลงแต่งขึ้น มาใหม่ในสมัยนี้กันดูดีกว่านะคะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...ในหมู่บ้านที่สงบเงียบแห่งหนึ่งมีสองตายายผัวเมียคู่หนึ่ง อาศัยอยู่.... สองตายายคู่นี้เป็นคู่ ที่ขยันขันแข็งที่สุดในหมู่บ้านแห่งนั้นเลยก็ว่าได้.. ในทุก ๆวันทั้งสองจะง่วน อยู่แต่ในการทำมาหากินและจะเข้ากัน อย่างที่เรียกว่าเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยทีเดียวเลยหละ คือไม่ว่าตาจะว่าอะไรยายก็จะว่าตาม เอาเป็นว่า ชี้นกเป็นไม้ชี้ไม้ บอกนกยายก็เชื่อตามนั้น นั่นเลยทีเดียว....และวันนี้ก็เช่นกันทั้งสองตื่นขึ้นมาแต่ก่อนไก่โห่... ยายก็รีบแบกผ้าไปซัก ที่แม่น้ำข้างบ้าน ส่วนตาก็จะออกไปทำสวน ซึ่งช่วงนี้ตาได้ปลูกหัวผักกาด ไว้มากมาย ซึ่งก็กำลังโตและได้เวลากิน พอดิบพอดีแล้วด้วย...ตาเดินแบกจอบไปตามทางด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษกว่า ทุก ๆวัน "ฮ่า ๆๆวันนี้จะเก็บหัวผัก กาดไปให้ยายทำซุปเสียหน่อย " ตาเดินนึกไปตลอดทาง อย่างมีความสุข...แต่พอตาเดินมาถึงที่ ๆที่เป็นสวนของตา เข้าเท่านั้น...ตาก็ต้องตกกระใจอย่างสุด ๆ เพราะในสวนของตานั้นมี "ทานุคิ " คือเจ้าป้องสึเกะ ตัวร้ายที่ชอบออกมา ขโมยพืชผักของชาวบ้าน เป็นประจำนั้น กำลังนั่งหักนั่งดึงและกินหัวผักกาดของตาเล่นอย่างสนุกสนาน เจ้าป้องสึ เกะ เมื่อเห็น ตาเข้าก็ดึงหัวผักกาดไปปากก็พูดดัง ๆ แบบยั่วยวนโทสะให้ตาได้ยินว่า " เหอ ๆๆหัวผักกาดน่ากินทั้ง น้าน...เลย วันนี้จะเอาไป " ต้มซุปหัวผักกาด" กินเห็นจะดีนะเนี่ย..อ้าวตา..มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ...จะเอาไปต้มซุปมั่ง หรือปล่าวล่ะ ? ...มาสิข้าแบ่งให้เอาไหม?..ฮ่า ๆๆๆ"
ตาน่ะถึงแม้จะตกใจด้วยไม่คาดคิดว่า เจ้าป้องสึเกะจอมวายร้าย มันจะกล้าเข้า มาขโมยถึงในสวนของตน แต่พอ ตาได้ยินเจ้าป้องสึเกะมันพูดยั่วยวนกวนประสาทแบบนั้นเข้า ก็เกิดนึกโมโหขึ้นมา อย่างสุด ๆ " โคร่า...อ้ายหัว ขโมยหัวผักกาด ทำไมถึงชั่วร้ายอย่างนี้ นี่ข้าอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตา ปลูกและถนอมเลี้ยงมากับมือเลยเชียวนะ... โอ้ย...เอาคืนมาให้หมดนะ...อ้าย ทานุคิ หัวขโมย " ตาน่ะด่าไป มือถือจอบยกหลาๆ ด้วยความโมโหจนสุดที่จะ ระงับได้ แต่เจ้าป้องสึเกะนั้นยิ่งเห็นตาโกรธ ก็ยิ่งหัวเราะระริกระรื่นหาได้มีท่าทีเกรงกลัวแต่อย่างใดไม่ " เหอ ๆๆ ตาแก่เอ้ย...แก่อย่างนั้น จะไล่กวดข้าทันเร้อ...เก่งจริงวิ่งตามมาเอาหัวผักกาดคืนให้ได้สิ...กิ้ว ๆๆ ฮ่า ๆๆๆ " ว่าแล้ว เจ้า ป้องสึเกะก็ฉวยหัวผักกาดวิ่งหนี ตาก็วิ่งตามไปติด ๆ แต่จริงอย่างที่เจ้าป้องสึเกะมันว่านั่นแหละ ไหนเลยตาจะ วิ่งตามมันทัน...ตาหยุดหายใจ..แค๊ก ๆๆ " ฮะ ๆๆ..อ้ายทานุคิตัวร้าย คอยดูจับได้เมื่อ ไหร่จะเอามาต้มซุปกินให้ หายแค้นเลยทีเดียว...แค๊ก ๆๆ .. วันนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ "
เจ้าป้องสึเกะนั้น ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งสร้างแต่ความชั่ว มากขึ้นมากขึ้น ทุกวันอย่างสวน ของตาละก็ มันจะมาทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการเลยทีเดียว มันจะขโมยหมดทุกอย่างไม่ว่า จะเป็นมะเขือจนถึงหัวมันเทศของตาจนเกือบจะ หมดสวน ตาให้เป็นสุดที่จะอภัยให้ได้แล้ว จริง ๆ " โอ้ย...สงสัยจะปล่อยไว้ไม่ได้เสียแล้วหละ...เห็นทีว่าจะต้องทำ กับดักจับมันให้ได้วันนี้ แหละ " คิดได้ดังนั้นตาก็เตรียมเชือกและนำไม้ไผ่มาทำกับดัก ตาเอาข้าวปั้นที่ยายปั้นไว้ให้ ตา เพื่อกินเป็นอาหารมื้อกลางวัน วันนั้นเป็นอาหารล่อ...เมื่อตาทำกับดักเสร็จเรียบร้อยแล้ว...แล้ว ทีนี้ตาก็คอย อย่างเดียว ตาคอยมาได้แค่พักเดียวเจ้าป้องสึเกะก็โผล่หัวออกมา และคงอาจจะ เป็นเพราะถึงคราวซวยของเจ้า ป้องสึเกะมัน...เพราะมันวิ่งโร่ตามกลิ่นข้าวปั้นของตามาทันใจดี เหลือเกิน...เหมือนโกหก...พอมันเห็นเจ้าของกลิ่น คือข้าวปั้นที่มันวิ่งตามความหอมหวลเข้ามา เข้าเท่านั้นก็ไม่ดูตามาตาเรือเลยหละ เป็นกระโดดเข้าใส่ทันทีทัน ควัน...แล้ว...เสียงดัง "ป้าง" ของกับดักที่ตาได้ทำล่อไว้นั้น ก็ดังขึ้นและตามติดมาด้วยเสียงร้องจนเสียงหลงของเจ้า ป้องสึเกะ " จ๊าก...โอ้ย..เจ็บ ๆๆ โฮ่ โฮ๋... โฮ่...ช่วยด้วย...ฮือ ๆ"
ตาน่ะแอบมองอยู่ตลอดเวลาและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ตาจึงวิ่งออกมาจากที่แอบซ่อน....พอตาเห็นท่า ร่อแร่ ของเจ้าป้องสึเกะมันเข้าเท่านั้น ก็หัวเราะลั่น " ฮ่า ๆๆๆ เป็นไงสมน้ำหน้าอ้ายทานุคึเอ๋ย..ไหนเก่งมากนักยังไงเล่า ?... แล้วไงยังไง ๆ ก็ต้องแพ้มันสมองของมนุษย์แก่ ๆ อย่างข้านี่แหละว้า...ฮ่า ๆๆๆ..วันนี้ได้ กินซุป "ทานุคิ " สุดอร่อย สมใจอยากข้าหละ..." เจ้าป้องสึเกะพอได้ยินว่าจะได้เป็นซุป...ก็นึก กลัวขึ้นมาเลยหละทีนี้ เจ้าตัววายร้ายถึงกับคราง ด้วยความกลัวออกมาด้วยเสียงอันดัง " โฮ่ ๆๆ ต่อแต่นี้ไปจะไม่ทำตัวเลว ๆแบบนี้อีกต่อไปแล้ว อย่าเอาข้าไปต้มกิน เป็นซุปเลยตาผู้ใจดีจ๋า...อภัย ให้ข้าด้วยเถิด..พ่อคุณ...ข้าสำนึกแล้ว...แง้ ๆๆๆ...ได้โปรดเถิด..อิ้ง ๆๆ " แต่ตาน่ะ ไม่ ฟังอะไรเสียแล้ว เพราะความชั่วร้ายของเจ้าป้องสึเกะมันน่ะ มากมายจนเอาอะไรมาลบไม่ได้เสียแล้วน่ะสิ....จะ ร้องก็ ร้องไป เพราะตารีบจัดการจับเจ้าป้องสึเกะ มัดมือมัดขา แล้วยกขึ้นแบกขึ้นหลัง..ตรงกลับมาบ้านทันที... เมื่อมาถึงบ้านแล้ว ก็ตะโกนร้องเรียกยายเสียงหลงเลยทีเดียวแหละ " โอ่...ยาย จับอ้ายทานุคิตัวร้ายมาได้แล้วหละ มื้อเย็นวันนี้ ช่วย ต้มซุปทานุคิ ไว้กินกันหน่อยนะยาย ฮ่า ๆๆๆๆ"
พูดกับยายแล้วตาก็แบกเจ้าทานุคิเดินนำหน้า เข้าไปในครัวแล้วยกขึ้นแขวนไว้บนขื่ออย่างทุลักทุเร เพราะเจ้าป้อง สึเกะน่ะ มันหนักผิดทานุคิธรรมดา ตาจึงยกไปปากก็บ่นไปว่า " โอ่..หนักจัง เอ็งนี่..แต่จะไม่ให้มันหนักและอ้วนปึก อย่างนี้ได้ยังไง นะยาย...ก็มันเล่นกินผักของเราเสียจนเกือบจะหมดสวนเลยน่ะน้าเนี่ย..แต่ก็ดีตัวหนัก ๆใหญ่ ๆอย่าง นี้คงได้ซุปหม้อใหญ่เลยล่ะ..จริงไหม?ยาย... ฮ่า ๆๆๆ " ตาเมื่อพูดและตัดสินว่าวันนี้มื้อเย็นจะกินทานุคิอย่างแน่นอน แล้ว ก็เดินออกไปเก็บผักเพื่อจะเอากลับมาใส่ลงในน้ำซุป...ก่อนออกไปตาหันมาสั่งยายว่า " ก่อนข้ากลับ...ยาย จัดการ นึ่งและหุงข้าวเหนียวไว้รอให้ข้าด้วยนะ..ซุปทานุคิต้องใส่ข้าวเหนียวปั้นลงไปด้วยถึงจะอร่อย นะยาย " เมื่อตา ออกไปแล้ว ยายก็รีบจัดการติดเตาไฟและไปหยิบข้าวเหนียวมานึ่งเพื่อรอผักจากตาตามคำสั่ง...นี่เพราะคำสั่งของตา นะเนี่ย...ยายเลยจำต้องวิ่งวุ่นไปหมดเลยทีเดียวเชียว...
พอข้าวเหนียวที่ยายนึ่งสุกได้ที่แล้ว...ยายก็จัดการเทใส่ลงไปในอุสึ (ที่ตำข้าวเหนียว) แล้วยายก็ตั้งหน้าตั้งตายกไม้ ตำข้าวเหนียวอันหนักอึ้งนั้น...แล้วเริ่มตำข้าวเหนียวที่อยู่ในครกทันที เสียง..แปะตัง..แป๊ะ ตัง..ก็ดังขึ้นมาเป็นจังหวะ ยายก้ม ๆเงย ๆ ขึ้นลงอย่างลำบากเพราะสังขารมันไม่อำนวยให้นั่นแหละ... เจ้าป้องสึเกะที่โดนแขวนอยู่บนขื่อนั้น... มองการกระทำของยายอยู่ทุกขณะ...แล้วมันก็คิดแผนการณ์อันแยบยลขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง...มันเริ่มทำเป็นบีบน้ำตา ออกมา แล้วพูดเป็นเชิงอ้อนวอนกับยายว่า " นี่ แน่ะ...ยายผู้ใจดี ข้าหละให้เป็นสงสารยายเหลือเกินที่จำต้องยกไม้ ตำข้าวเหนียวอันหนักอี้งนั่นน่ะ.. ข้าน่ะเลวร้ายมาก การกระทำของข้าทั้งหมดที่ผ่านมานั้น...ข้าสำนึกได้หมดแล้ว แหละยาย... ข้าสมควรที่จะโดนต้มเป็นซุปและโดนกินนั่นแหละสาสมกับความเลวเป็นที่สุดแล้ว...แต่สุดท้าย ก่อน ตาย ขอให้ข้าได้ทำความดีคือได้ช่วยยายตำข้าวเหนียวในอุสึนั่น...เป็นการถ่ายบาปครั้งสุดท้ายก่อนตายสักหน่อย เถอะนะยาย... " ยายเมื่อได้ยินเจ้า ป้องสึเกะมันพูดอย่างนั้นก็หยุดหัวเราะ " ชะ ช้า..จะมาหรอกข้าหละก็ไม่ สำเร็จหรอก ทานุคิ.. เอ๋ย..เดี๋ยวข้าหลวมตัวแก้เชือกให้..เจ้าก็หนีน่ะสิ...น้อย ๆหน่อย..อย่ามาหลอกข้าเลย "
เจ้าป้องสึเกะรีบระล่ำระลักปฏิเสธให้เป็นพันละวันทันที ทีเดียวว่า " ข้าไม่หนีหรอกยาย..ข้าสัญญา..เพราะ ข้าน่ะ สำนึกได้แล้วจริง ๆ...ก็เอาอย่างนี้สิ ? ถ้ายายกลัวข้าหนีให้แล้วละก็...ก็มัดเฉพาะขาข้าไว้เท่านั้นเอง แค่นี้ ข้าก็วิ่งหนีไม่ได้แล้วแหละ..ยาย "...ยายยืนนิ่งคิด.." เออ...นั่นน่ะสิ ถ้ามัดขาเจ้าไว้ เจ้าก็หนีไม่ได้หรอกนะ..จริงด้วย " ยายเกิดนึกเชื่อว่ามันคงจะสำนึกผิดได้จริง ๆ อย่างที่พูด ว่าแล้วยายจึงดึงเจ้าป้องสึเกะลงมาจากขื่อ ยายน่ะเชื่อมัน สนิทจริง ๆแล้วที่สำคัญ ยายก็แอบดีใจอยู่เหมือนกันที่มันบอกว่าจะช่วยตำข้าวเหนียวให้ด้วยน่ะ...เมื่อยายแก้เชือก ออกมาให้มันแล้ว...ยายก็พูดว่า " ส่า...เจ้าทานุคิ..ยื่นขาออกมาให้ข้ามัด แต่โดยดี เสร็จแล้วก็ต้องช่วยข้า ตำข้าว เหนียวอย่างที่แกพูดสัญญาไว้เมื่อตะกี้ด้วยนะ เอ้า...เร็ว ๆ ยื่นขาออกมาสิ " แต่เจ้าป้องสึเกะ กลับลุกขึ้นยืนด้วย ความไว...แล้วมันก็กลับหน้าเป็นหน้าจอมวายร้ายของมันเหมือนเดิมอย่างเก่า แล้วพูด ตะคอกใส่ยายด้วยเสียงอัน ดังว่า " ย้าย...ยายแก่หน้าโง่ ใครจะยื่นขาให้ผูกง่าย ๆล่ะ...ก็บ้าน่ะสิ.. หลุดมาได้แล้วนี่ แล้วจะให้แกมัดข้าได้ง่าย ๆ เหมือนตาแก่ผัวแกหละก็ ไม่มีวัน ฮ่า ๆๆๆ "
แล้วในทันทีนั้น...เจ้าป้องสึเกะก็รีบวิ่งไปหยิบไม้ตำข้าวเหนียวของยายมาถือไว้...แล้วในทันทีนั้นเอง มันก็ได้โหม กระหน่ำตรงเข้าตียายให้เป็นพันละวัน..ตีไปปากก็พูดไปด้วยว่า " ฮ่า ๆๆ..แปะตัง..แป๊ะตัง...จะช่วยยายอย่างที่ สัญญาไว้ไง...แต่ตำยายแทนตำข้าวเหนียวดีกว่า..ฮ่า ๆๆสนุกดี..ว้อย " ยายเมื่อ โดนกระหน่ำตีด้วยไม้ตำข้าวเหนียว เช่นนั้น ก็ถึงกลับร้องจนเสียงหลงเลยทีเดียวว่า " ว้าย...ช่วยด้วย...ข้าโดนอ้ายทานุคึบ้า...มันหรอกให้เข้าเสียแล้ว... ว้าย..ช่วยด้วย.. " เจ้าป้องสึเกะเมื่อตำยายแทนข้าวเหนียวจนหนำใจแล้ว...มันยังพูดเป็นเชิงเยาะเย้ยใส่ยายให้ ฝากบอกไปให้กับตาด้วยอีกว่า " ถ้า อ้ายแก่ผัวเอ็งกลับมาละก็...ให้บอกด้วยว่า ซุปทานุคิ ไม่ได้หม่ำหรอกวุ้ย...ถ้า อยากกินนัก..ก็ให้ เอายายแก่ไปต้มซุป แทนทานุคิกินรอไปพลาง ๆ ก่อน ฮ่า ๆๆๆ เพราะข้าจัดการตำและทุบไว้ให้ จนนิ่ม เรียบร้อยแล้วด้วย ฮ่า ๆๆๆ " เมื่อมันพูดปากเสียสั่งเสร็จแล้ว เจ้าป้องสึเกะ ก็โกยอ้าวหนีจากที่นั่น หายตัวไป ในทันที...
ยายโดนเจ้าทานุคิทั้งตีและทุบจนน่วมไปหมด จนนอนสลบอยู่ในห้องครัวนั่นเอง....ตาเมื่อกลับเข้ามาแล้วเห็น ยายนอนสลบอาการหนักแบบนั้น...ก็ให้เป็นตกกระใจอย่างที่สุด แต่เมื่อตามองสำรวจไปรอบ ๆห้องแล้วตาก็ไม่ เห็นเจ้า ทานุคิตัวร้ายตัวนั้นเสียด้วย...ตาจึงพอจะเดาอะไรออกมาได้ ตารีบหามยายไปนอนบนที่ๆนอนแล้วบอกกับ ยายว่า " โธ่..ยายเอ้ย..ไม่ต้องบอกข้า ข้าก็รู้ว่ายายโดนอ้ายทานุคิตัววายร้ายนั่น มันหลอกเอาให้น่ะน้านี่ โธ่..โธ่.. ยายเอ้ย...ดูสิ มันกล้าทำกับยายได้ถึงเพียงนี้.." ตาก็ทำได้แต่แค่เฝ้าปฐมพยาบาลให้ยายอย่างสุดความสามารถ ได้อย่างนั้นแค่เพียงอย่างเดียวจริง ๆ...แล้วก็พอดีมีกระต่ายที่ชื่อ " เพี้ยงคิชิ " ซึ่งเป็นกระต่ายตัวที่ยายรักและเอ็นดู ที่สุดตัวหนึ่งที่ชอบเข้ามาเยี่ยมเยียนยายอยู่เป็นประจำเสมอ ๆ นั้น..ได้มาเห็นและรับรู้เรื่องราวทั้งหมดเข้า... เพี้ยงคิชิ ให้เป็นโมโหเจ้าทานุคิตัวนั้น แทนสองตายายผู้โชคร้ายอย่างมากเลยทีเดียว....
" ทำไมมันถึงได้เลวอย่างนี้นะ..อ้ายทานุคิตัวแสบ.....เห็นทีว่าจะปล่อยไว้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด...ต้องทำการสั่งสอน อย่างหนักให้เข็ดหลาบและต้องล้างแค้นให้ยายด้วย..นะตา...ดูซิมันทำกับยายได้ถึงขนาดนี้ทีเดียว..." เพี้ยงคิชิ จึงรีบกลับไปจัดเตรียมของเพื่อจะทำการล้างแค้นให้กับยาย และสั่งสอนเจ้าป้องสึเกะแต่โดยไว...เมื่อจัดเตรียมของ ได้แล้ว ก็ออกเดินทางไปยังที่อยู่ซึ่งเป็นถ้ำที่เจ้าป้องสึเกะมันมักจะใช้อาศัยหลับนอนอยู่ประจำนั้นทันที...เมื่อ เพี้ยงคิชิ มาถึงแล้วก็จัดการก่อไฟ และหยิบปลาอาหารโปรดของเจ้าป้องสึเกะออกมาย่างอยู่ตรงที่หน้าปากถ้ำนั่น เลย... แล้วกระพือพัดลมให้กลิ่นปลาย่างที่หอมหวล นั้นลอยตามลมเข้าไปในถ้ำอย่างที่ เพี้ยงคิชิ กะการณ์เอาไว้ เลยหละ...
ส่วนเจ้าป้องสึเกะตัวร้ายนั้น กำลังนอนท้องร้องอยู่ด้วยความหิวอยู่ที่ในถ้ำ..เมื่อมันได้กลิ่นปลาย่างของโปรดซึ่ง ลอยตามลมเข้ามา เข้าอย่างนั้น..ก็คลานตามกลิ่นออกมาทั้งหลับ ๆอยู่นั่นแหละ.." กู่..กู่..ฟุ๊ด..ฟิด...หอมเหลือเกิน นะเนี้ย...เน่.. เน่...ท่านกระต่ายผู้ใจดี..ท้องข้าร้องน่าสงสารจัง..นะนะ...แบ่งปลาย่างให้ข้ากินบ้างสิ " เพี้ยงคิชิจึง รีบ ตอบไปทันควันว่า " ได้สิ...เรื่องแค่นั้นง่ายนิดเดียว...แต่ท่านจะต้องช่วยเราแบกเศษไม้มัดนี้ลงจากเขาเป็นการ แลก เปลี่ยนนะ " เพี้ยงคิชิ พูดพร้อมกับชี้มือไปที่มัดเศษไม้อันใหญ่ที่เตรียมมานั้นให้ดู...เจ้าป้องสึเกะจอมตะกละรีบ พยักหน้ารับอย่างว่านอนสอนง่ายเลยทีเดียว " ได้สิ..ถ้าได้กินปลาที่ย่างอยู่นี้แล้วละก็..ได้หมดทุกอย่าง ฮ่า ๆๆ " แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนการณ์ที่เพี้ยงคิชิ ได้กะการณ์เอาไว้นั้นเลย....ทีนี้หละอ้ายทานุคิเอ๋ย...รอรับการล้างแค้น ที่จะเกิดขึ้นมา แต่บัดนี้ได้เลยหละ...
NEXT
แปลและเรียบเรียงเรื่องราวโดยสุขุมาลย์