ฮานาซาคาจี่ซัง....ตาผู้ทำให้ดอกไม้บานได้

แปลและเรียบเรียงเรื่องราวโดย สุขุมาลย์..



วันหนึ่งขณะที่ยายกำลังซักผ้าอยู่ที่ริมแม่น้ำ ยายได้มองเห็นกล่องลอยมาตามทางน้ำ ข้างในกล่องมีลูกสุนัข สีขาวตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนและเดินไปรอบ ๆ เจ้าลูกสุนัขตัวนั้นร้อง " บ๊อก....บ๊อก..." เหมือนเต็มไปด้วยความกลัว มันชะโงกหน้าออกมามองไปรอบ ๆตัวของมัน ซึ่งก็มีแต่พื้นน้ำเท่านั้น มันร้องจนตัวสั่นงันงกเลยทีเดียว...ยายมอง ลูกสุนัขตัวนั้นด้วยความสงสารจับใจ.. ...ยายชะเง้อมองลูกสุนัขตัวนั้นอยู่นานพอสมควรแล้วยายก็พูดขึ้นว่า " เจ้าคงโดน ใครจับมาปล่อย เข้าให้ละสิ..โถ โถ..น่าสงสารเหลือเกิน.. มา...มา..ไปอยู่บ้านยาย ยายจะเลี้ยงดูเจ้าเอง.."


แล้วยายก็นำลูกสุนัขตัวนั้น กลับมาบ้านด้วยอย่างที่ยายพูดว่าไว้จริง ๆ...ตกเย็นเมื่อตากลับมาจากการเก็บ กิ่งไม้บนภูเขาแล้ว...เจ้าลูกสุนัขตัวนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะรู้ดีว่ามันควรที่จะทำอะไร.....มันรีบวิ่งไปกระดิกหางเคล้า เคลียอยู่ที่ขาของตาและ เห่า "..บ๊อก ๆ..บ๊อก ๆ.."ต้อนรับการกลับมาของตา...ยายจึงได้เล่าถึงเหตุการณ์และเหตุผลต่าง ๆให้ตาฟัง... เมื่อตาได้ฟังยายเล่าจนจบแล้วตาก็พูดว่า "...โถ..น่าสงสารนะยาย เราเลี้ยงมันเองก็แล้วกัน..อยู่กับตานะลูก ตาจะเอ็นดูและเลี้ยงเจ้าอย่างดีที่สุดเลยทีเดียว.."


ตากับยายได้ตั้งชื่อให้กับเจ้าลูกสุนัขที่ยายได้เก็บมาตัวนี้ว่า "ชิโร่ " (เจ้าขาว) ตากับยายรักและเอ็นดูชิโร่มาก รักเหมือนกับว่าเป็นลูกของทั้งสองเองเลยทีเดียว..แล้วเวลาก็ผ่านไป..ชิโร่ โตวันโตคืนจนกลายเป็นสุนัขหนุ่มที่ แข็งแรงและเชื่องเป็นอย่างมาก.. เจ้าชิโร่จะคอยช่วยลากของหนัก ๆให้กับสองตายายผู้ใจดีเสมอ..ชิโร่จะคอยติดตามตา เข้าไปเก็บไม้ที่ในป่า..คอยช่วยแบ่งเบาภาระในการขนของหนัก ๆให้กับตาเสมอ ๆ..และด้วยเหตุนี้เองตาจึงยิ่งรักและเอ็นดูเจ้าชิโร่ มากขึ้น ๆ และยิ่งขึ้นไปทุกวันเลยทีเดียว จะเรียกง่าย ๆก็ได้ว่า แทบจะหายใจเป็นเจ้าชิโร่ เอาเสียเลยทีเดียวก็ว่าได้...


วันหนึ่งขณะที่ตากำลังตั้งหน้าตั้งตาอยู่กับการขุดดินเพื่อปลูกผักอยู่ที่ในสวน..เจ้าชิโร่อยู่ ๆก็วิ่งคาบถุงใบ ใหญ่เข้ามาหาตา แล้วทำท่าทำทางบอกให้ตาเดินตามมันไป..เมื่อตาเห็นชิโร่ทำท่าทางแปลก ๆอย่างนั้นก็ให้เป็น ติดใจสงสัยจึงได้เดินตามมันไปเรื่อย ๆ ชิโร่พาตาเดินมาตามทางที่จะขึ้นไปสู่บนภูเขา....ตาจึงหัวเราะและพูดกับ เจ้าชิโร่ว่า " อ้าว..อะไร...วันนี้เจ้าอยากจะขึ้นไปบนเขาน่ะหรือลูก " ตาตามใจเจ้าชิโร่อยู่เสมออยู่แล้ว จึงเดินตาม เจ้าชิโร่ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ด้วยความเต็มใจ..


เจ้าชิโร่พาตาเดินขึ้นภูเขามาเรื่อย ๆ และดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย ตาจึงร้องทักและถามว่าจะพาตาไปทางไหน.. แต่เจ้าชิโร่ก็ไม่ยอมหยุดเดิน มันพาตาเดินลึกเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนไปถึงข้างในของสุดยอดของภูเขานั่นแหละ เจ้าชิโร่จึงหยุดเดินลงอย่างกระทันหัน มันแหงนหน้าขึ้นมามองตาพร้อมทั้งเห่า "..ขุดตรงนี้.. โฮ่ง.. โฮ่ง..ขุด ตรงนี้สิ..โฮ่ง...โฮ่ง!!!" เจ้าชิโร่เฮ่าเสียงดังและทำท่าทางให้ตาขุดดิน ตรงบริเวณนั้น อย่างขมักเขม้น ตามองอาการของเจ้าชิโร่อยู่เป็นนานสองนาน..แล้วตาก็ถึงบางอ้อ.... "..อ้อ..อ๋อ..เจ้าบอกว่าจะให้ตาขุดดินที่ตรงที่ตรงนี้น่ะหรือลูก ?.."


เมื่อตาเข้าใจความหมายที่เจ้าชิโร่พยายามสื่อบอกให้แล้ว ทีนี้ตาก็ได้ใช้จอบที่ตาถือติดมือมาด้วยนั้น เริ่ม ทำการขุดดินในที่ตรงบริเวณนั้นที่เจ้าชิโร่ได้พยายามบอกทันที..แล้วพอขุดมาได้หน่อยก็เกิดมีเสียงดัง..จาริ้ง.กริ้ง... แล้วก็ปรากฏให้มีแสงวูบวาบ..วูบวาบ..เป็นประกาย สว่างจ้าไปทั่วทั้งบริเวณนั้นไปหมด..โอ้พระเจ้า..อะไรจะอย่างนี้เป็นไม่มีอีกแล้ว เพราะตรงหลุมที่ตาได้ขุดนั้นบังเกิดว่ามี.. โอบังโคบัง..(เหรียญทองสมัยโบราณ) ลอยพวยพุ่งออกมาไม่ยอมหยุด..มากมายจนตาแทบจะต้องยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นเหมือนโดนสาป ด้วยความตกใจเป็นอย่างที่สุด


เมื่อตากับชิโร่ได้นำถุงที่เต็มไปด้วยเหรียญทองกลับมาถึงที่บ้านแล้ว ยายนั้นต้องให้เป็นตกใจ และไม่อยากที่จะเชื่อสายตา ตนเองกับภาพที่ยายได้เห็นตรงหน้านี้เสียเลย.. เพราะตั้งแต่เกิดมาแต่อ้อนแต่ออดยายยังไม่เคยที่จะได้เห็นเหรียญทองอะไรที่จะมากมายขนาดนี้ มาก่อนเลยจริง ๆ เหรียญสีทองเหล่านั้นส่องแสงวูบวาบจนยายต้องให้เป็นแสบตาไปหมด......เมื่อตาเห็นยายดีใจมากมายอย่างนั้นก็หัวเราะ แล้วพูดว่า "ยายเอ้ย..เจ้าชิโร่ของเรานี่ เห็นทีว่าจะไม่ได้เป็นสุนัขธรรมดา ๆ เสียแล้วหละ..ไม่แน่นะยายเจ้าชิโร่ของเรานี่อาจจะเป็นถึงผู้รับใช้ ที่มาจากสวรรค์ก็อาจเป็นไปได้นะยาย "..ตาพูดไปพลางและหันไปเอามือลูบหัวของเจ้าชิโร่ไปพลาง ด้วยความเอ็นดูไม่ยอมหยุด........


สองผัวเมียตายายผู้ใจดี จึงได้มานั่งปรึกษาหารือกันถึงว่าจะนำเอาเหรียญทองเหล่านี้ที่ได้มานั้น ไปใช้ในทางใดดี ตานั่งคิด อยู่นานแล้วได้พูดกับยายว่า " เหรียญทองมากมายขนาดนี้ เก็บครอบครองไว้เป็นของตัวแต่คนเดียว ไม่ยอมแบ่งปันให้กับใคร คิดหวังหุบเอาไว้แต่เพียงคนเดียวนั้นเป็นการเห็นแก่ตัวเป็นอย่างมาก..พระเจ้าจะลงโทษเอา..นะยาย..ข้าว่าเราน่าจะเอาไปแบ่งปันให้กับ คนที่เขาเดือดร้อนไว้ได้ใช้บ้างเห็นจะดีนะยาย ได้บุญด้วยนะยายว่าไหม? " ยายเมื่อได้ฟังตาพูดเช่นนั้นก็พยักหน้ารับคำและเห็นด้วยอย่างที่สุด..แต่ก็เหมือนกับว่าได้มีเคราะห์กรรม !มาสู่สองตายายเสียแล้ว เพราะในขณะที่สองตายายได้นั่งปรึกษาหารือกันอยู่นั้น ก็บังเอิญได้มียายผู้โลภมากที่อยู่ถัดไป ข้าง ๆ บ้านของสองตายาย ได้เกิดเผอิญผ่านมาและแอบได้ยินและเห็นเหรียญทองอย่างเต็มสองตาเข้าอย่างนั้น....เห็นทีว่าจะแย่แน่แล้วหละตาจ๋า..ยายจ๋า เพราะยายข้างบ้านที่แสนจะโลภมากนั้นแอบฟังอย่างตั้งอกตั้งใจจนเกินเหตุ..แล้วยังแถมทำท่าทางกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอิจฉาอย่างสุดที่จะระงับ ได้เลยทีเดียวน่ะสิ...ยายข้างบ้านนั้นทั้งตื่นเต้นและทั้งดีใจตามไปกับสองตายายด้วยเลยหละ !!!เมื่อฟังจนจบแล้วก็เกิดความโลภขึ้นมาในทันทีทันใดเสียด้วยสิ....


ยายข้างบ้านเมื่อฟังจบแล้วก็วิ่งแน๊บ..แทบจะบินกลับมาบ้านของตน....มาถึงหน้าบ้านก็กระโจนเข้าไปข้างในบ้าน อย่างรีบร้อน แล้วรีบเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตนแอบไปได้ยินมาให้ตาผู้เป็นสามีของตนฟังอย่างถี่ถ้วนไม่ให้มีที่ผิดสักนิดเลยทีเดียวเชียว... สองผัวเมียคู่นี้เป็นคู่ที่โลภมากที่สุดในตำบลก็ว่าได้ จนมีชื่อเสียงโด่งดังถึง ความที่เป็นคนโลภมากและเห็นแก่ตัวอย่างวายร้ายที่สุดเอาเลยทีเดียว.....ทั้งคู่นั่งวางแผนการณ์ต่าง ๆ อย่างเอาเป็น เอาตาย แล้วตาผู้โลภมากก็พูดขึ้นว่า " ข้าจะไปโกหกตาข้างบ้านขอยืมเจ้าชิโร่มานะยาย..เหอ ๆๆ..แล้วให้มันพาไป ขุดเหรียญทองบ้าง...เหอ ๆๆ..เราจะต้องรวยที่สุดในหมู่บ้าน..ทีนี้เหมือนกันแหละยายเอ้ย..ฮ่า ฮ่า ฮ่า.."


ตาผู้โลภมากพูดแล้วก็รีบไปที่บ้านของตาผู้ใจดี เดี๋ยวนั้นเลย..มาถึงก็พูดโกหกกับตาว่า" ข้าจะมาขอยืม เจ้าชิโร่ ผู้มีพลัง แข็งแรงและใจดีที่สุดจะให้ไปช่วยทำสวนให้ข้าบ้าง จะได้ไหม ? " ตาใจดีนั้นด้วยเป็นคนใจดีและไม่ทันได้นึกหรือคิดว่า ตาข้างบ้านนั้นจะไวรู้เรื่องราวของเหรียญทองเข้าเสียแล้วด้วยนั่นเอง และเพราะความที่เป็นคนใจดีนั่นแหละ จึงตกปากบอกอนุญาติให้ตาผู้โลภมากเอาเจ้าชิโร่ไปช่วยทำงานให้ด้วยดีไม่ได้คิดติดใจสงใสอะไรเลยสักนิดเดียวเสียด้วย.. ตาผู้โลภมากพอเห็นตาผู้ใจดีรับปากก็รีบเดินเข้าไปลากเอาเจ้าชิโร่ออก มาเดี๋ยวนั้นเลยเหมือนกันและอย่างถูลู่ถูกังเสียด้วยสิ ตาผู้โลภมากนั้นให้เป็นกระหยิ่มยิ้มใจเป็นที่สุดที่การโกหกของตนนั้นเป็นผล... โถ..โถ..แล้วจะช่วยเจ้าอย่างไรได้นี่ล่ะ เจ้าชิโร่ที่น่าสงสาร...


เมื่อได้เจ้าชิโร่มาแล้วพอรุ่งเช้าของวันรุ่งขึ้น ตาผู้โลภมากก็จัดการเอาถุงใบใหญ่มาผูกไว้ที่คอของเจ้าชิโร่ แล้วดึงลากเจ้าชิโร่ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยที่จะเต็มใจสักเท่าไหร่ขึ้นไปบนภูเขา เจ้าชิโร่ต้องเดินตามไปอย่างทุรักทุเร เพราะเจ้าชิโร่นั้นมันคงจะนึกและ สังหรณ์ใจว่าคงจะเกิดอะไรที่ไม่ดีกับมันขึ้นในอนาคตข้างหน้านี้อย่างแน่นอนจึงทำท่าคอยขัดขืนไม่ ยอมเดินตามไปง่าย ๆและดี ๆ " ส่า..ส่า..ไหนบอกมาซิว่าเหรียญทองมันฝังอยู่ที่ตรงไหน ? " " เร็ว ๆเข้าสิเจ้าหมาบ้า บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่า ทองมันฝังอยู่ที่ไหน ? " ตาผู้โลภมากทั้งลากทั้งดึงทั้งตีเจ้าชิโร่ให้เป็นจ้าระหวั่นไปหมด และไม่ว่าเจ้าชิโร่มันจะหยุดยืนในที่ ๆ ตรงไหน ตาผู้โลภมากก็จะตามไปขุดที่ตรงนั้น ตามขุดทุกที่จนเจ้าชิโร่มันเกิดรำคาญขึ้นมาจึงเห่าตอบว่า " โฮ่ง...โฮ่ง..ไม่ใช่ตรงนี้หรอก..โฮ่ง..โฮ่ง.."




NEXT