น้ำพุแห่งชีวิต

    ในประเทศตะวันตก มีนิทานมากมายเกี่ยวกับเรื่อง " น้ำพุที่ทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ชั่วกาลนาน " ดังเช่นเรื่องพอนซี เดอร์ลีออน และเฟอร์นันโด เดอ โซโต ที่ได้ทำการแสวงหาน้ำพุแห่งชีวิตเป็นเวลาหลายร้อยปี ล่วงมาแล้วทั้งนี้เพื่อที่จะรักษาผู้คนให้เป็นหนุ่มเป็นสาว และร่าเริงสดชื่นอยู่เสมอในสวรรค์ ในประเทศญี่ปุ่นนี่เอง ก็มีเรื่องราวในทำนองเดียวกันนี้เล่าสืบทอดกันมาจากครั้งโบราณ เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่อง หนึ่งจากนิยายพื้นบ้านมากมายหลายต่อหลาย เรื่องที่ได้เล่าต่อ ๆ กันมาในระหว่างผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันตกของ จังหวัดโตโตมิ ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นจังหวัดชิสึโอกะ
   กาลครั้งหนึ่งนานนมมาแล้ว...มีคุณตาตากับคุณยายผู้สูงอายุสองผัวเมียอยู่คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่โดดเดียวแห่งหนึ่ง ในท่าม กลางภูเขาหลายลูก ทั้งสองอยู่ด้วยกันมาอย่างสามัคคีมีความสุข ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งให้เป็นที่แค้นเคืองใจอะไรต่อกันเลย สักนิดเดียว ก็เลย อยู่ด้วยกันมาจนแก่เฒ่าใกล้จะเข้าโรงอยู่รอมร่อด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ...ลูกเต้าก็ไม่มีไว้สืบสกุลเหมือน กับใครเขาสักคน...ทั้งสองก็เลยคิดว่าไหน ก็อยู่ด้วยกันมาจนถึงป่านนี้แล้ว ก็คงจะต้องอยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะลง ลุมลงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั่นแหละ...อย่างนี้ก็ต้องเรียกว่าอยู่กันจนถือไม้เท้า ยอดทองกระบองยอดเพชรเอาเลยละน้า...คนแปลว่า น่านับถือนะคะ

   
แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่แสนจะเหลือเชื่อเหมือนโกหกขึ้นมาเข้าจนได้ วันนั้นคุณตาได้เดิน ย่องขึ้นไป บนภูเขาเพื่อหาเก็บเศษไม้หมายจะเอามาทำฟืน...เมื่อคุณตาเก็บไม้ได้มากพอแล้วก็เดินลง จากเขาลง มาตามทางหมายที่จะกลับบ้าน...แต่ในระหว่างที่เดินลงเขามาเรื่อย ๆนั้น อยู่ ๆคุณตาก็พลัน นึกถึงคุณยายสุดที่รักขึ้นมา อย่างกระทันหันและนึกขึ้นมาได้ว่า " เออ...ยายน่ะ...ชอบกินเห็ดนี่น้า... เดี๋ยวแวะหาเก็บไปฝากด้วยเห็น จะดี" คุณตาเลยเปลี่ยนทิศทางหันกลับไปเดินหาเก็บเห็ดทันที..คุณตา เดินหาเห็ดจนเหนื่อยแต่ที่ตรงไหน ๆที่คุณตาเดินไปก้ม ๆ มอง ๆดูนั้น ก็ไม่เห็นมีเห็ดสักต้นให้คุณตาได้ เก็บเสียเลยจริง ๆ ...และด้วยความที่ตุณตาเดินหาไปเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมายปลาย ทางอย่างนั้น คุณตา เลยเกิดเดินหลงทางมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ และด้วยตัวเองนั้นอายุก็มากโขอยู่ สังขารก็ไม่อำนวยอีกเสียด้วย คุณตาจึงรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา..เลยหย่อนก้นลงนั่งตรงที่ ๆหนึ่งหมายที่จะพักเอาแรงเสียสักหน่อย...แล้วอะไร ละเนี่ย...พอหย่อนก้น ลงไปยังไม่ทันที่ก้นของคุณตาจะถึงพื้นเลย และคงจะเป็นด้วยว่าที่ตรงนั้นตรงที่ คุณตากำลังจะนั่งพักเกิดเป็นทางลาดของ ภูเขาเข้าพอดีกระมั้ง...คุณตาก็เลยพลาดลื่นพรืด ไหลลื่นลงไป สู่ด้านล่างของภูเขาอย่างหมดท่าหมดเอาทางเลยทีเดียว

   
เมื่อลื่นตกลงมาถึงพื้นด้านล่าง พอตั้งหลักได้คุณตาก็ลุกขึ้นแล้วเดินเพื่อจะหาทางที่หวังว่าพอจะปีน ขึ้นไป สู่ข้างบนให้ได้อย่างเดิม...แต่อย่างว่าอีกนั่นแหละสังขารมันก็ไม่ช่วยและอำนวยให้ คุณตาเลยหัน กลับมาเดิน ย้อนคลำทางไปเรื่อย ๆปล่อยไปแล้วแต่เวรแต่กรรม...แล้วยังเหมือนกับคุณตาได้โดนสวรรค์ แกล้งเข้าให้อีกยังไงอย่างงั้น เพราะวันนั้นเกิดเป็นวันที่ร้อนมากเสียด้วย อากาศก็แห้งเหมือนอยากแกล้ง ก็ไม่ปาน คุณตาเดินเหงื่อตกและนึกกระหายน้ำ ขึ้นมาอย่างสุดที่จะระงับ แต่ว่าคำว่าโชคชะตานี่นะน้า...มี โชคร้ายแล้วก็ต้องมีโชคดี เพราะอยู่ ๆก็เหมือนสวรรค์เกิดเปลี่ยนใจ นึกเอ็นดูและสงสารตาขึ้นมากระมั้งนี่ เพราะขณะที่คุณตากำลังนึกกะหายน้ำอยู่นี่น่ะ...พลันก็เกิดมีเสียงเหมือนเสียงน้ำไหลดัง แว่วเข้ามาในโสต ประสาทของคุณตาเข้า..." เอ๋ จะเป็นไปได้หรือนี่ ในที่ ๆอย่างนี้ " คุณตารำพึงแล้วก็แหวกทางหาต้นเสียง ที่ได้ยินด้วยคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หูฝาดไปอย่างแน่นอน...แล้วคุณตาก็ให้แสนจะดีใจเพราะมีน้ำตกสายเล็ก ๆ สายหนึ่ง ปรากฏขึ้นตรงหน้านี่จริง ๆเสียด้วยสิ.....

   
คุณตามองน้ำตกสายเล็ก ๆสายนั้นที่ค่อย ๆไหลย้อยลงมาจากก้อนหินก้อนใหญ่ และด้วยความที่ กระหายน้ำ อยู่ด้วย แหม...มันดูท่าทางคงจะเย็นฉุ่มฉ่ำเลยทีเดียวเชียวหละ... คุณตาจึงใช้มือค่อย ๆยื่น ออกไปช้อนน้ำที่ไหลย้อยตกลงมานั้น ขึ้นดื่มกินด้วยความกระหาย และเมื่อคุณตาได้ดื่มน้ำนั้นเข้าไปแล้ว ก็ปรากฏว่ามันมีรสชาติอร่อยหอมหวานเหมือนหนึ่งเป็นเหล้า " สาเก" ยังไงดี ๆอย่างนั้นเลยหละ ดังนั้น คุณตาจึงดื่มกินมันเข้าไปอีกหลายต่อหลายอึกเลยทีเดียว

   
ครั้นแล้วเมื่อคุณตาดื่มน้ำเข้าไปหนึ่งอึกก็ให้เป็นมีความรู้สึกว่ากระชุ่มกระช่วยขึ้นมาทีละนิดอย่างน่า อัศจรรย์ ยิ่งดื่มเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ ให้รู้สึกว่ากระชุ่มกระชวยและสดชื่นขึ้นมามากขึ้น ๆเหมือนจะมีพลัง เหมือนคนหนุ่มๆเข้าจริง ๆด้วยหละ...( ใช่แล้วแหละคุณตาที่ คุณตารู้สึกว่าสดชื่น และกระชุ่มกระชวยขึ้นมา นี่น่ะ ก็เพราะว่าเจ้าน้ำที่คุณตาดื่มเข้าไปนี่น่ะมันเป็นน้ำพุแห่งชีวิตของจริงของแท้ เชียวนะจะบอกให้ มันมี ความสามารถที่จะทำให้กลับเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาได้เสียอีกด้วยเลยหละ คุณตาโชคดีแล้วรู้ไหมที่ได้ พบมันนี่น่ะ )... ร่างกายของคุณตานั้นได้กลับกลายเป็นหนุ่มขึ้นมาทันที แต่คุณตาเจ้าตัวน่ะ...ยังไม่รู้สึก รู้สางหรือรู้ ตัวเลยแม้สักนิดว่า ร่างกายนั้นได้เกิดความเปลี่ยนแปลงและกลับเป็นหนุ่มไปเสียแล้ว ตัวคุณตา เองนั้นแค่รู้สึกว่าสดชื่นและ กระชุ่มกระชวยขึ้นมาเข้าเท่านั้นเองจริง ๆ เพราะด้วยสมัยนั้นยังไม่มีการคิดค้น กระจกส่องดูหน้าตาของตัวเอง ผู้คนจึงยังไม่ เคยมองและรู้ดูหน้าตัวเองว่าเป็นหน้าตาอย่างไรเลย

   
คุณตาที่กลับร่างเป็นคนหนุ่มไปเสียแล้ว และตัวเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าได้กลับกลายเป็นหนุ่มไปแล้วนั้น จึงด้วยพลังเต็มเหยียดวิ่งโร่ พรวดเดียวลงภูเขาลงมาและกลับมาถึงบ้านอย่างทันทีทันใดเลยหละ...แต่ว่า แต่ คุณยายน่ะสิคุณตา...คุณยายจะตกใจและ ประหลาดใจมากมายขนาดไหนก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ.. ว่าถ้าคุณยายได้เห็นร่างกายของคุณตาร่างนี้เข้านี่น่ะ...รีบรู้ตัวและรู้สึกเสีย เร็ว ๆสิคุณตาก็....

   
เมื่อมาถึงหน้าบ้านแล้วคุณตาก็วิ่งพรวดเข้าไปในบ้านทันที แล้วตะโกนเสียงดังบอกกับคุณยายผู้ เป็นภริยาว่า " โอ้ย..ข้ากลับมาถึง แล้ว " คุณยายผู้เป็นภริยากำลังนั่งสัปปะงกรอการกลับมาของสามีอยู่ ที่ตรงหน้าเตาผิงไฟ เมื่อเห็นมีชายหนุ่มหน้าตาคุ้น ๆมาร้อง บอกว่ากลับมาแล้ว เหมือนกับเป็นบ้าน ของตนเองอย่างนั้น ก็พูดตอบออกไปว่า " ฮ้า...มาถามหาใครล่ะ..พ่อหนุ่ม " คุณตาเมื่อเห็น คุณยายตอบ มาว่าอย่างนั้นก็ตกใจ ระล่ำระลักบอกกับคุณยายผู้เป็นภริยาของตนว่า " โอ้ย..ยาย ก็ข้าเอง ข้าเองไง... ฮ่า ๆๆๆ นี่ สงสัยวันนี้ถ้าจะนั่งหลับกลางวันนานเกินไปเสียกระมังนี่ เลยหลงไปเสียแล้วมั้ง ฮ่า ๆๆมองดู ให้ดี ๆ ..เอ้าตื่นเสียที ฮ่าๆๆๆ..ข้าเอง ไง สามีของแกไงเล่า..ยายก็ " คุณยายมองอย่างพินิจพิจารณา อยู่สักพัก ก็พูดแบบโมโหขึ้นมาว่า " นี่พ่อหนุ่ม อย่ามาพูดล้อเล่น แบบนี้กับคนแก่สิ เดี๋ยวก็ตกนรกหรอก ..วุ๊ย จะบอกให้เอาบุญ..โทษฐานมาเล่นหลอกคนเฒ่าคนแก่..ว่ะ " คุณยายไม่มีทีท่าว่าจะ เชื่อเลยจริง ๆ แล้วแถมยังพลานโกรธและไม่ยอมพูดให้อีกเลยด้วยเสียอีก

   
คุณตาไม่รู้จะทำยังไงให้คุณยายผู้เป็นภริยาเชื่อ แล้วเพราะตัวเองก็ไม่รู้ตัวว่าได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมขนานไหน คุณตาเลย ล้มตัวลงนั่งเกาหัวอย่างเดียว ตรงหน้าคุณยายผู้เป็นภริยาอยู่ตรงนั้น อย่างจนและหมดปัญญาไปโดยปริยาย....คุณยายเมื่อหาย โกรธได้แล้ว ก็นั่งมองชายหนุ่มผู้ที่มานั่ง อยู่ข้างหน้าตนโดยไม่ยอมกลับไป อย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง แล้วคุณยายก็พูดขึ้นแบบ รำพึงกับตัวเอง ว่า "เห...เดี๋ยวก่อน...เสื้อผ้าชุดนี้มันเหมือนกับเสื้อผ้าที่ตาสามีของข้าใส่ออกไปข้างนอกตอนเช้านี่น้า.. เหมือนกันเปี๊ยบ เลยนี่ " คุณตาจึงด้วยความดีใจและได้ทีตอบกลับไปว่า " ก็บอกแล้วไงว่าข้าเอง สามี ของแกตัวจริงเลยหละ..เข้าใจหรือแล้วยัง.. เออ..เว้ย " ตาพูดแบบโมโห " โอ๊ะ !..หางเสียงแบบโมโห แบบนี้ก็เหมือนตาสามีข้าเลยด้วยละ! เห...นี่ถ้ามองดูดี ๆ เอ็งก็หน้าละม้าย คล้ายเหมือนกับตาสามีข้า ตอนเป็นหนุ่ม ๆถอดเปี๊ยบเลยด้วยสิ โอ๊ะ..พระเจ้าช่วย...เหมือนเปี๊ยบเลยทีเดียวแหละ..แว๊ก "

   
คุณตาจึงเริ่มคิดไตร่ตรองเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้น และคุณตาเองก็รู้สึกแปลกใจกับความกระชุ่ม กระชวยที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ดื่มน้ำ หรือน้ำพุสายนั้นเข้าไปแล้วอยู่ตะหงิด ๆ อยู่ด้วย แล้วคำพูดแปลก ๆ ของยายผู้เป็นภริยา ?คุณตาหละให้เป็นงงงัน เห็นทีว่าจะต้อง พิสูตรความจริงเสียแล้ว และเพราะคุณตา ก็นึกอยากจะดูรูปร่างของตัวเองขึ้นมาอย่างติดหมัด นึกอยากที่จะพิสูตรดูกันให้มันรู้แล้วรู้รอด ไปเสียที คุณตาเลยไปส่องเพื่อดูหน้าตัวเองในโอ่งน้ำหลังบ้าน..แล้วคุณตาก็ต้องตกใจอย่างหนักจนหงายหลังลงไป นั่งอ้าปาก ค้างอยู่ตรงข้างโอ่งน้ำนั่นเลยหละ ( โอ่..เป็นยังไงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียทีก็ดีนะคุณตา..ก็ )

   
พอหายตกใจและเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรเข้าไปแล้วเข้าเท่านั้นแหละ...คุณตาก็ให้เป็นดีใจ อย่างสุดขีดเลยทีเดียวเชียว กระโดดตรง เข้าไปในบ้านได้ก็วิ่งเข้าไปอุ้มคุณยายผู้เป็นภริยา วิ่งแบกคุณยายไปรอบ ๆบ้านด้วยความดีใจอย่างเหลือประมาณเลยทีเดียว " ฮ่า ๆๆๆข้าเองแหละ ข้าเป็นหนุ่มขึ้นมาอีกครั้งได้เพราะน้ำพุนั่นเป็นน้ำพุแห่งชีวิตจริง ๆ ของจริงของแท้เสียด้วย ฮ่า ๆๆๆๆ ข้าได้พบ กับน้ำวิเศษเข้าให้แล้ว จริง ๆด้วย ฮ่า ๆๆๆๆ "

   
คุณตาพอเข้าใจท่องแท้ว่าน้ำพุนั่นทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาวได้ ก็คิดว่าตัวเองเป็นหนุ่มคนเดียวนั้น ก็เป็นการไม่ยุติธรรมเสียเลย... ดังนั้นจึงคิดอยากจะให้คุณยายผู้เป็นภริยาสุดที่รักได้กลับกลายเป็น สาวขึ้นมาบ้างเหมือนกัน..จะได้กลับมาใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกันต่อไป ได้อีกยาวนานและมีความสุขกัน อีกครั้งอย่างเมื่อสมัยก่อนตอนที่อยู่ด้วยกันใหม่ ๆ และคุณตาก็ยังได้เล่าถึงสถานที่ ๆได้พบกับน้ำพุสาย นั้นให้คุณยายฟังโดยละเอียด คุณยายก็ ดูเหมือนจะสนใจฟังอย่างอยากรู้อยากเห็นเอาจริงเอาจังเสียด้วย และเมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วคุณตาจึงบอกกับคุณยายผู้เป็นภริยา สุดที่รักว่า พรุ่งนี้ตอนเช้าจะไปตักน้ำมา ให้ดื่มกิน จะได้เป็นสาวขึ้นมาอีกครั้ง แล้วด้วยเพราะความที่ดีใจอย่างหนัก คุณตา จึงเหนื่อยและก็.... เลยผลอย หลับไปอย่างสนิททีเดียวเชียวในคืนนั้น....ส่วนคุณยายนั้นนอนคิดถึงความเป็นสาวอยู่ทั้งคืน เลยทำให้ นอนไม่หลับเหมือนคุณตาผู้สามี

   
คุณยายนอนคิดด้วยความดีใจไปเรื่อยเปลื่อย จนฟ้าเริ่มจะสาง และด้วยความที่ยิ่งคิดก็ยิ่งอยาก จะเป็นสาวขึ้นมาจริง ๆ คุณยายเลยไม่ สามารถที่จะห้ามใจแล้วรอจนกว่าคุณตาจะตื่นและไปตักน้ำพุมา ให้ดื่มได้เลยเสียแล้ว คุณยายเลยออกเดินทางไปสู่น้ำพุสายนั้นเสีย เองเพราะเส้นทางที่คุณตาเล่าให้ฟัง เมื่อคืนนั้น แกก็พอจะเข้าใจแล้วรู้ว่ามันจะต้องอยู่ตรงบริเวณไหน แล้วอีกอย่างคุณยายก็ มีความคิดที่ อยากที่จะให้ทำให้คุณตาตกใจเล่น ถ้าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นตัวเองกลับเป็นสาวให้ได้เห็น คุณตาจะ ตกใจและ ดีใจขนาดไหนนะนี่ ดังนั้นคุณยายจึงออกเดินทางไปเสีย ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลยทีเดียวหละ

   
คุณตาเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและมองไม่เห็นภริยา คุณตาก็เข้าใจและรู้ทันทีเหมือนกันว่า ได้หายไปที่ไหน " ฮ่า ๆๆรอข้าตื่นไม่ ไหวเลยออกไปที่น้ำพุนั่นแหละ ฮ่า ๆๆๆ ข้ารู้และเข้าใจยายเอ้ย... เชิญมีความรู้สึกแบบสาว ๆขึ้นมาอีกครั้งตามสบายเถอะยาย เอ้ย ฮ่าๆๆๆ " คุณตาเลยตกลงใจที่ จะคอยจนกว่าคุณยายจะกลับมาเอง และด้วยร่างกายที่กลับมาเป็นหนุ่มอย่างเดิมอีกครั้งนั้นมัน กระชุ่มกระชวยเสียเหลือเกิน จึงหยิบทำงานในบ้านและดูแลบ้านช่องแทนให้ รอการกลับของภริยา ไปพลาง ๆอย่างมีความสุข

   
แต่เมื่อตอนค่ำมาถึง ภริยาก็ยังไม่เห็นกลับมาบ้านสักที คราวนี้คุณตาเลยเริ่มกระสับกระส่าย เพราะเป็นห่วงและกังวลขึ้นมา บ้าง และก็ตื่นอยู่ตลอดคืนนั้น เพื่อรอคอยการกลับมาของคุณยาย แต่ไม่ว่าจะรอยังไง ๆ ก็ยังไม่เห็นกลับมาสักที แม้ภายหลัง ดวงอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าในตอนเช้า แล้วก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณตาเลยตัดสินใจเดินทางไปยังภูเขาลูกนั้น เพื่อตามหาคุณยาย คุณตา จำเส้นทางที่นำไปสู่น้ำพุแห่งนั้นได้อย่างแม่นยำ จึงสามารถเดินทางมาถึงที่นั้นได้อย่างง่ายดาย ที่น้ำพุนี้คุณตาคาดหวังว่า จะได้พบคุณยาย แต่ไม่มีคุณยายอยู่เลย และในขณะที่มองหาไปรอบ ๆ น้ำพุที่ใสสะอาด ทันใดนั้น คุณตาได้ยินเสียงร้องของ เด็กแว่วมาเบา ๆ เมื่อเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน ร้องแว่วมานั้น มันดังอยู่ที่ใกล้ ๆกับแถวนั้นด้วย

   
คุณตาเดินตามเสียงนั้นไปอย่างระมัดระวัง และเมื่อเเดินมาถึงจุดที่ได้ยินเสียงชัดเจน คุณตาได้พบกับทารกคนหนึ่งถูกห่อหุ้มด้วยชุดกิโมโนขนาดใหญ่ ทารกนั้นกำลังคลาน และทำท่าจะร้องไห้ " นั่นเธอเองหรือ ยายสุดที่รักของข้า " คุณตาถามอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น คุณตารู้สึกประหลาดใจ เพราะจำชุดกิโมโน ที่คุณยายผู้เป็นภริยาสวมใส่ในวันก่อนเมื่อก่อนหายไปตอนเช้าได้ และเมื่อถูกถาม เช่นนั้น เด็กทารกได้ผงกศรีษะนิดหนึ่งแล้วพูด ด้วยเสียแผ่วเบาว่า " น้ำพุแห่งนี้มีรสหวานเสียจริง ๆ จึงทำ ให้ฉันดื่มมันเข้าไปมากเกิน เธอจงดูสิว่า ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นอะไรไป เสียแล้ว "

   
ความที่คุณยายอยากจะให้คุณตาดีใจที่เห็นตัวเองสาวขึ้นมาอีกครั้งอย่างมาก ๆจึงดื่มน้ำนั้นเข้า ไปเสียจนเกินขนาด เลยไม่ใช่จะแค่เป็นสาวมาก ๆ เลยต้องกลับกลายเป็นสาวน้อยมากไป กลายเป็น ทารกน้อยไปเลยทีเดียว
    เลยด้วยการละฉะนี้คุณตาเลยต้องมีงานยุ่งเพิ่มขึ้นอีกมากมายด้วยต้อง มานั่งเลี้ยงทารกน้อยผู้เป็นภริยาให้โตขึ้นมาเร็ว ๆ คุณตาหยั่งงี้ต้องวิ่งพล่านทั้งวันเพราะต้องเปลี่ยนผ้า อ้อมและซักผ้าอ้อมให้กับคุณยายทารกน้อย เป็นให้โกลาหลยุ่งไปหมดทั้งวันทุกวันเลยทีเดียวเลยหละ

   

   สู้เขาต่อไปคุณตา เดี๋ยวคุณยายก็โตตามคุณตาทัน เชื่อสิ...และ ที่สำคัญนั้นคุณตาก็มีน้ำพุแห่งชีวิตเป็นเจ้าของอยู่ทั้งสาย ด้วยเลยนะ โอเมะเดะไต้ชิ.... โอเมะเดะไต้ชิ ( ขอแสดงความยินดีด้วยจริง ๆเล้ย )








END



แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์