หมวกของพระหิน kasashizo...คาซะ ชิโซ่
นานมาแล้วที่หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งมีสองตายายผู้ยากจนอยู่คู่หนึ่งอาศัยอยู่..แล้วนี่ก็ใกล้จะถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว... แต่ที่บ้านของตากับยายนั้น...ไม่มีอะไรเหลือไว้กินเพื่อแสดงความยินดีหรือต้อนรับในวันขึ้นปีใหม่เลยสักนิด..ข้าว เหนียวที่จะเอาไว้สำหรับย่างกินกันก็ไม่มี ข้าวสารก็หมด ยายจึงนำเสื้อผ้าที่ยายมีเก็บเอาไว้เมื่อสมัยแต่งงานกับ ตาใหม่ ๆ ซึ่งยังใหม่อยู่เพราะไม่เคยได้ใช้ของตนออกมา..แล้วยาย ก็บอกกับตาว่า " ตาจ๋า..นี่ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่ แล้วนะตา..นี่ตา..เอาเสื้อผ้านี่ที่ยายเก็บเอาไว้นี่นะตา..เอาไปขาย ในเมืองไป..เผื่อโชคดีขายได้ เราจะได้มีอะไรกิน กันตอนปีใหม่นะตา.." แล้วทั้งสองตายายก็ตกลงใจกัน ที่จะเอา เสื้อผ้าเหล่านั้นของยายไปขายเสียที่ในเมือง....
" ขอโทษทีนะยาย..ตาหละให้เสียใจอย่างเหลือเกิน..แต่ตาคิดว่าคงจะขายได้อย่างแน่นอน..ถ้าขาย ได้..แล้วขา กลับ ตาจะซื้อข้าวปลาผักหญ้ากลับมาให้ด้วยนะยาย..ยายไม่ต้องเป็นห่วงตานะ.." " จ๊ะตา..ยายจะรอ..แต่สงสาร ตาจัง เพราะวันนี้น่ะหิมะก็ตกหนักเสียด้วย...เดินทางโดยปลอดภัย แล้วระวังจะลื่นด้วยนะตา.." ยายออกมายืนส่ง ตา..พูดสั่งเสียด้วยความเป็นห่วง....สามีสุด ที่รัก...ยายรู้ว่าระยะทางนั้นไกลและลำบากมาก แต่มันเป็นความหวัง ครั้งสุดท้าย..ของสองตายาย.. จริง ๆ
...ซากะ...ซากะ..เสียงเท้าของตาเหยียบย่ำลงไปบนพื้นที่มีหิมะปกคลุมจนหนาเตอะ..ดังเป็นจังหวะมาตลอดทาง แล้ว เมื่อตาเดินมาถึงตรงทางแยกตรงท้ายหมู่บ้านนั้น...ตรงทางโค้งที่ตาจะต้องใช้ผ่านไปตรงนั้นก็ได้เห็น..โอชิโซ่ (พระรูปปั้นหิน) ยืนเรียงกันอยู่ 12 องค์...ตาหยุดยืนมอง..โอชิโซ่...ด้วยใจที่ห่อ เหี่ยวแล้วรำพึงออกมาว่า " โถ..โถ.. หลวงพ่อ ต้องยืนอยู่ท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็น..ช่างน่าสงสารเหลือเกิน.." ตาหยุดยืนมองอยู่พักหนึ่งด้วยความ เศร้าใจ....
พระหิน ( โอชิโซ่.. ) ทุกองค์ที่ยืนเรียงกันอยู่นั้นที่ตรงเศียรมีหิมะปกคลุมจนขาวโพลนไปหมดทุกองต์ ตาจึงเข้าไป ทำการคำนับ..แล้วตาก็ปัดหิมะที่คลุมจนขาวโพลนนั้นให้กับโอชิโซ่..ทีละองค์..ทีละองค์ ..เมื่อปัดหิมะจนสะอาด หมดทุกองค์แล้ว..ตาก็ไปหยิบเอาหิมะ มานั่งปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ ตา เอาหิมะที่ปั้นนั้นทำแทนอาหารถวายให้ ... โอชิโซ่...จนครบทุกองค์..แล้วตาก็ยกมือไหว้ " ท่าน โอชิโซ่..เดี๋ยวถ้าขายผ้าของยายได้แล้ว..ตาจะซื้อข้าวเหนียว ปั้น มาถวายนะ..ตอนนี้เอาของปลอมไปก่อนแล้วกัน..นะท่านชิโซ่.." ตาอธิฐานเสร็จแล้ว.... ก็ออกเดินทางของตาต่อไป
เมื่อตามาถึงที่ในเมืองแล้ว ตาก็รีบเอาเสื้อผ้าของยาย ออกมาวางขายทันที ตาตะโกนร้องขายด้วยความพยายาม " เสื้อผ้าเก่า แต่ยังใช้งานได้ดี เย็บอย่างประณีตสวยงาม มีใครต้องการบ้าง... " ตาตะโกนร้องขายจนเสียง แหบเสียง แห้ง แต่ไม่ว่าตาจะตะโกนร้องขายอย่างไร? ก็ไม่มีใครสักคนที่คิดจะหยุดมองดูและอยากซื้อเสื้อผ้าที่ตานำมาเสนอ ขายนั้นเลย สักคนเดียว...
ตานั่งขายเสื้อผ้าเก่าที่ขายไม่ออกนั้น จนทั่วบริเวณก็เริ่มจะมืดลงแล้ว และตาก็เห็นว่าคนที่เดินสัญจรไปมานั้นก็เริ่ม จะลดน้อยลงทุกทีแล้ว...ตาจึงค่อย ๆ รวบรวมเสื้อผ้าเหล่านั้นทั้งหมดเก็บใส่ห่อไว้อย่างเดิม " เฮ้อ...แล้วก็ขายไม่ได้ เลยสักผืน..ข้าวก็ซื้อไม่ได้..ผักปลาก็ซื้อไม่ได้..เฮ้อ.." ตาเก็บเสื้อผ้าไปบ่นงึมงำของตาไป ด้วยความเศร้าใจ...แล้วขณะ ที่ตากำลังคิดท้อแท้และเตรียมตัวจะกลับอยู่นั้น ก็มีคนขายหมวกมาร้องทักตาว่า.........
" เสื้อผ้าเก่า ขายไม่ได้เลยหรือตา.." ตาจึงตอบคนขายหมวกไปว่า " ฮ่า..ใกล้ปีใหม่ทุกคนยุ่งและรีบร้อน กัน..เลย ขายไม่ได้เลยสักชุด..." คนขายหมวกฟังแล้วก็ชี้มือไปที่หมวกของตน แล้วพูดขึ้นว่า " ข้าก็เหมือนกันแหละตา..วันนี้ ก็ขายหมวกไม่ได้เลยสักใบ..เอาอย่างนี้ไหมตา..เอาเสื้อผ้าของตามาแลกกับหมวกของข้าเอาไหม?มีอยู่ทั้งหมด 11 ใบนี่..นะตาเราจะได้ไม่ต้องกลับไปทั้งมือเปล่ายังไงเล่า.."
ตาเมื่อได้ยินคนขายหมวกพูดขึ้นเช่นนั้น ก็ตอบอย่างดีใจ " โอ้..ได้เลยได้สิ..คนขายหมวก " ตาดีอกดีใจ รีบแลกเสื้อ ผ้าเก่าของตากับหมวกที่มีอยู่ทั้งหมด 11ใบของคนขายหมวกทันที " ขอให้สุขสันต์วันปีใหม่นะ..คนขายหมวก " " ตา ก็เหมือนกัน ข้าก็ขอให้ตาสุขสันต์วันปีใหม่นะตา " ทั้งสองกล่าวสวัสดีปีใหม่ให้แก่กันและกัน แล้วก็ลาจากกัน เพื่อ มุ่งหน้ากลับที่อยู่อาศัยของตนต่อไป....
ตามทางที่ตาเดินกลับมานั้น หิมะก็ยังตกหนักอยู่อย่างเดิม ตกพรำ ๆอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนว่าจะไม่มีทีท่าว่า จะหยุดตกลงเลย...ตาเดินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงทางแยกตรงท้ายหมู่บ้าน ตาเหลือบไปมอง โอชิโซ่ ที่ยังคงยืนเรียงกัน อยู่อย่างน่านับถือ ทั้ง 12องค์..โอชิโซ่ มีหิมะปกคลุมจนขาวโพลนไปหมดทั้งองค์ทุกองค์เหมือนเดิม " โอ้..ท่านโอชิโซ่ ท่าน คงจะหนาวนะ..ส่า...ได้โปรดรับหมวกนี้ไว้สำหรับสวมใส่ด้วยเถิด...เพื่อบางทีมันจะเป็นประโยชน์และช่วยให้ ท่านหายหนาวหรือคุ้มหิมะให้ท่านได้บ้าง..."
ตารีบทำการปัดหิมะที่ปกคลุม..โอชิโซ่..จนสะอาดทุกองค์แล้วตาก็สวมหมวกที่ตาแลกมาจากคนขาย หมวก..ตา สวมหมวกให้..โอชิโซ่..ที่ละองค์ทีละใบ ไปเรื่อย ๆ จนมาถึงองค์สุดท้ายแล้วตาก็ต้องชงักมือ ...เพราะตาน่ะลืมไปว่า หมวกของคนขายหมวกน่ะมีแค่ 11ใบเท่านั้น...ตามอง..โอชิโซ่..องค์สุดท้าย..แล้ว ตาก็ค่อย ๆถอดหมวกใบเก่า ๆ ของตาที่สวมอยู่ให้กับ ..โอชิโซ่..องค์สุดท้ายองค์นั้น............
เมื่อตาสวมหมวกให้..โอชิโซ่..แล้วตาก็พูดว่า " ขอโทษนะท่าน ..โอชิโซ่..หมวกของข้าเก่าไปหน่อย.... แต่กรุณาสวม เถอะนะ...ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่ก็จะช่วยคุ้มหิมะให้ท่านได้บ้างหรอก..." ตายกมือขึ้นพนม แล้วพูดต่อไปอีกว่า " ท่าน..โอชิโซ่..ข้าวเหนียวปั้นที่สัญญาไว้น่ะ...ไม่มีหรอกนะ..." ตาหยุดพูดนิดหนึ่งแล้วถอนหายใจ " ส่า.. ท่าน.. โอชิโซ่..สุขสันต์วันปีใหม่..แล้วกันนะขอรับ " พูดแล้วตาก็รีบวิ่งตากหิมะกลับมายังบ้านของตน ตาน่ะใจตุ้ม ๆต่อม ๆด้วย เพราะตาต้องกลับมาด้วยมือปล่าว..ส่า..แล้วยายจะว่าอย่างไร? หรือปล่าวนะนี่...ตาคิด..
เมื่อมาถึงหน้าบ้านแล้วความที่ตากลัวว่ายายจะผิดหวัง เพราะว่าตาไม่มีข้าวปลาอาหารอะไรติดมือกลับมาด้วยเลยเลยสักนิด ตาจึงค่อย ๆแง้มประตูแล้วโผล่หน้าเข้าไปก่อน..ตาพูดด้วยเสียงอ่อย ๆว่า " ข้ากลับมาแล้ว " แล้วเพราะ ตาเดินตากหิมะมาตัวของตาจึงขาวโพลนและเปียกไปหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า...เมื่อยายเห็นสารรูปของตาเข้าเท่านั้น " ม่า..ตาทำไมตัวตาเปราะเลอะเทอะไปด้วยหิมะ อย่างนั้นล่ะ..แล้วหมวกของตาน่ะหายไปไหน?.. " ยายพูดด้วย ความตกใจ แล้วรีบเข้ามาปัดหิมะที่ติดตามตัวให้ตาเป็นการใหญ่...
NEXT
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์