KINTARO
คินตาโร่...ผู้มีพลังมหาศาล

บทนำเรื่องคินตาโร่ เป็นนิทานที่มีชื่อเสียงมากไม่แพ้ " โมโมตาโร่ หรือเจ้าหนูลูกท้อ " เป็นนิทานของเมืองตำบะ ที่เล่าสืบต่อกันมาว่าที่ ภูเขา " โอเอยาม่า " นั้นได้มียักษ์ร้ายชื่อ " จูเต็นโดชิ " อาศัยอยู่ แต่ได้โดนปราบลงด้วยฝีมือของ " ซากาตะ โนะคิน " ซึ่งในตอนนั้นเขายัง อยู่ในวัยเด็กเสียด้วย เล่าว่าเด็กคนนี้มีพลังและแข็งแรงมาก และเมื่อ " ซากาตะ โนะคิน " ผู้นี้ได้เจริญเติบโตขึ้นก็ได้เป็นขุนนาง อยู่ในสมัยของ " มินาโมโต้ โนะ โยริมิซึ " ซึ่งเป็นสมัยที่มีลงในเรื่องจริงในหนังสือประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นสมัยหนึ่ง ราว ๆก่อน สมัย " เอโดะ "...ซึ่งเป็นสมัยสุดท้ายก่อนสมัยปัจจุบันนี้
ในสมัยในทุกวันนี้ " คินตาโร่ " จะเป็นเครื่องหมายของความแข็งเกร่ง, อุดมสมบูรณ์ด้วยพลัง และได้กลายมาเป็นมีชื่อเสียงในการเป็นแบบในการสร้างตุ๊กตา " โกะ งัสสึ นิงเงียว " ซึ่งจะเป็นเทศการ ประจำปีของเด็กผู้ชาย และจะมีขึ้นในวันที่ 5 เดือน พฤษภาคม ของทุก ๆปี ด้วย " คินตาโร่ " นั้นมีพลังกล้าและแข็งแรงมาก ด้วยประการละฉะนี้ บรรดาครอบครัวที่สามารถให้กำเนิด บุตรชายขึ้นมาได้ จึงกำหนดให้มีการจัดพิธิบูชาตุ๊กตา " คินตาโร่ " เพื่อ อธิษฐานด้วยแรงใจขอให้บุตรมีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงไร้โรคภัยไข้เจ็บ เป็นการแสดงความรักและความหวังอย่างหนึ่งที่ทำสืบ เนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณ...


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วที่ภูเขา " อาชิการา ยาม่า " นั้นมีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ " คินตาโร่ " อาศัยอยู่ท่ามกลางป่า เขาลำเนาไพรอันโดดเดี่ยว " คินตาโร่ " เป็นเด็กที่ประหลาดมาตั้งแต่กำเกิด หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเกือบจะ มหัศจรรย์เด็กเลยก็ว่าได้ เพราะว่า " คินตาโร่ " นั้นจะมีพลังอันมากมายมหาศาล และแข็งแรงอย่างน่าทึ่งจนเกือบจะเรียกว่าเหลือเชื่อ ด้วยเขาต้องอาศัยอยู่กลางป่าที่ไร้ผู้คน ดังนั้นเขาจึงจะมีแต่เพื่อน ๆที่เป็นสัตว์ป่าทั้งหลายที่อยู่ ในป่าเป็นเพื่อนเล่นแทนมาตลอดตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ ดังนั้นเรื่องห้อยโหนโจนทะยานแล้วน่ะหรือ ไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะเขาน่ะจะได้รับการยกย่องว่าจัดอยู่ในอันดับหนึ่งของป่าเลยทีเดียวก็ว่าได้ " คินตาโร่ " ได้อาศัยอยู่กับพ่อและ แม่ ซึ่งพ่อของ" คินตาโร่ " นั้นมีอาชีพเป็นคนตัดไม้ และหาของป่า ทั้งสามอยู่กันมาในท่ามกลางป่าเขาอันโดดเดี่ยว ก็จริง แต่พวกเขาก็อยู่กันอย่างมีความสุขมาตลอด แต่แล้วก็เกิดเหตุร้ายขึ้นมาในวันหนึ่งเข้าจนได้ เมื่อพ่อของเขา ได้ ออกป่าไปตัดไม้ตามปกติและได้โดนหมียักษ์ตัวหนึ่งฆ่าตายเสีย


" คินตาโร่ " ต้องเสียใจกับการจากไปของพ่อของเขามาก และได้กำหนดเอาไว้ในใจด้วยความแค้นอย่างที่สุดและ ประกาศบอกกับสัตว์ป่าที่เป็นพวกพ้องและบริวารว่า " สักวันหนึ่งเถอะ ข้าจะต้องทำการแก้แค้นให้กับพ่อของข้า ให้จงได้...อ้ายหมีบ้าเอ้ย อย่าให้ข้าหาพบเลยทีเดียว ดูซิมันมาทำกับพ่อของข้าจนตายเลยนะนี่ " และจากนั้น เมื่อไม่มีพ่อแล้ว " คินตาโร่ " จึงจำต้องรับหน้าที่และทำงานเป็นคนตัดไม้เสียแทน แล้วตอนนั้นเขายังไม่ทันที่จะ โตยังเป็นเด็กอยู่เสียอีกด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ย่อท้อและยังสามารถทำหน้าที่ได้ดี หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเกือบจะดีเกิน หน้าพ่อของเขาเสียอีกเพราะพลังอันมหาศาลของเขานั่นแหละ วันหนึ่ง " คินตาโร่ " กับพวกเพื่อน ๆ สัตว์ป่าทั้ง หลายได้ออกไปตัดไม้ตามหน้าที่ตามปกติ ที่ในป่าลึกแห่งหนึ่ง


แล้วในขณะที่" คินตาโร่ " กำลังตัดไม้อยู่อย่างเพลิดเพลินนั้น ก็ได้มีหมีตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง โผล่หัวออกมาจากหลัง ต้นไม้ แล้วมันก็ตรงเข้ามาหมายจะทำร้าย" คินตาโร่ " ทันที มันร้องขู่คำรามด้วยเสียงอันดัง " ก้าววว์ " แต่" คินตาโร่ " นั้นหาที่จะกลัวไม่ และได้ตรงเข้าจับเจ้าหมียักษ์ตัวนั้น ยกขึ้นมาเทินไว้บนหัวทั้งตัวเลยทีเดียว ด้วยพลังอัน มหาศาลของเขา แล้วทันใดก็จับทุ่มลงไป จนมันต้องลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอย่างไม่เป็นท่า " อ้อ...เอ็งเอง ใช่ ไหม? ที่ฆ่าพ่อของข้าฆ่าตายน่ะ อ้ายหมีบ้า...วันนี้แหละเป็นวันล้างแค้นให้กับพ่อของข้าและวันตายของเอ็งอย่าง แน่นอน เตรียมตัวตายได้แล้ว อ้ายหมีใจร้าย " เขาตะโกนก้องแล้ว " คินตาโร่ " ก็ยังจะตรงเข้าไปจับหมีตัวนั้นยกขึ้น ทุ่มจนกลิ้งไปกลิ้งมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความแค้นไม่ยอมหยุดเลยทีเดียว


แล้วในขณะที่เจ้าหมียักษ์ตัวนั้นกำลังสะบักสะบอม จนลงไปนอนหมอบนิ่งอยู่ในขณะนั้น ก็ได้เกิดมีเสียงหนึ่งดัง ขึ้นมาขัดจังหวะว่า " เดี่ยวก่อน โปรดหยุดก่อนเถิด ท่านผู้มีพลังอันมหาศาล กรุณาหยุดฟังก่อน อย่าได้ฆ่าแม่ ของข้าเสียเลย " มันเป็นเสียงของลูกน้อยของหมียักษ์ตัวนั้นนั่นเอง ที่วิ่งออกมาจากที่ซ่อน ลูกหมีตรงเข้าไปร้อง ขอและอ้อนวอนกับ" คินตาโร่ "ว่า " ที่จริง ๆแล้วที่ตรงบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยและซ่อนตัวของเราสองแม่ลูก แต่พ่อ ของท่าน จะมาทำร้ายและหมายจะจับตัวข้า แม่ของข้าเลยจำต้องทำการต่อสู้เพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตให้ข้าเพียง เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจหรือหมายที่จะฆ่าพ่อของท่านให้ต้องตายไปอย่างนั้นจริง ๆ ฮื่อๆๆ...โปรดไว้ชีวิตแม่ของข้าด้วย เถิด...อย่าฆ่าเสียเลย เอาแค่สั่งสอนแค่นี้ก็พอเถอะท่าน" " คินตาโร่ " เมื่อได้ฟังเรื่องราวและรู้ถึงความจริงทั้งหมด แล้ว ก็พูดกับลูกหมีตัวนั้นว่า " อ้อ...ถ้าอย่างนั้น พ่อของข้าก็ไม่ดีเองแหละ..ข้าเข้าใจแล้ว " ด้วย" คินตาโร่ " เป็น เด็กที่มีจิตใจงดงามและมีความเมตตาสูง รู้ผิดรู้ถูก จึงตกลงใจยอมให้อภัยและละการฆ่าแม่หมีตัวนั้นเสียโดยทันที


หมียักษ์ตัวนั้นจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด มันสองตัวแม่ลูกจึงออกปากขอเป็นบริวารด้วย ดังนั้นจึงด้วย ประการละฉะนี้ " คินตาโร่ " เด็กน้อยจึงได้มีพวกและบริวารเพิ่มขึ้นมาอีก ตั้งสองตัวเสียด้วยคือหมีแม่ลูกคู่นั้น ไปตามระเบียบ...และเมื่อแค้นที่ต้องชำระนั้นได้จางหายไป เด็กน้อยผู้ใจดี" คินตาโร่ " จึงหันมาแบ่งข้าวปั้นที่ แม่ได้ปั้นเอาไว้ให้เขา และพวกพ้องบริวารรวมทั้งหมีแม่ลูกสองตัวนั้นด้วย กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ เมื่อจัด การกับเข้าปั้นเสร็จแล้ว " คินตาโร่ " ก็หันกลับมา ตัดไม้ทำงานตามหน้าที่ของเขาต่อไป เมื่อตัดไม้ได้มากพอแล้ว เขาก็ได้เอามามัดรวมกัน แล้วเอาไปผูกติดไว้บนหลังของแม่หมี แล้วได้เดินทางไปขายไม้นั้นที่ในเมืองตามปกติ


ในวันรุ่งขึ้น " คินตาโร่ " ได้กำหนดให้มีการเล่นลองพลังเล่น " ซูโม่ " กันในหมู่สัตว์ทั้งหลาย และรวมทั้งต้องการ ให้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่คือหมีสองแม่ลูกด้วยไปในตัว คู่แรกที่ออกมาประจันหน้าประลองฝีมือกันนั้น ก็เป็น " หมีทานุคิ กับกระต่าย " " โย้ย โย้ย โน โค๊ด ตะ , โน โค๊ด ตะ " กระต่ายส่งเสียงร้องแล้วพรุ่งตรงเข้าใส่ " หมีทานุคิ " ให้เป็นพันละวัน แต่ก็ได้โดนเจ้า" หมีทานุคิ " จับยกขว้างกระเด็นออกไปจากนอกวงกลมที่เป็นเส้น ตัดสินพลังที่ทำขึ้นมาจากดอกไม้สีต่าง ๆ ไปเสียอย่างง่ายดาย...


คู่ต่อมาทีนี้เป็นคู่เอกคือ " คินตาโร่ กันหมียักษ์ตัวแม่ " ซึ่งเป็นคู่เอกของงานและถึงแม้ว่าหมียักษ์นั้นจะมีพลัง มากมายมหาศาลแค่ไหน ? ก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะพลังอันมหาศาลเหมือนผีบ้าของ " คินตาโร่ " ไปได้อย่าง แน่นอน...เพราะเขาได้จับหมียักษ์ตัวนั้นขว้างทุ่มจนกระเด็นออกไปจากวงกลมเส้นตัดสินพลังได้อย่างไม่เป็นท่า... และสวยงาม เมื่องานเลี้ยงลองวัดพลังนั้นได้จบลงแล้ว ทีนี้ก็มีอาหารอร่อย ๆที่แม่ได้ทำเตรียมไว้มากมายนั้น ได้ ถูกลำเลียงออกมาและตั้งคอยอยู่..หมียักษ์สองแม่ลูกเมื่อได้รับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่นอย่างนั้นเข้า ก็ตกลงใจ อย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆเลยทั้งสิ้น ยอมเป็นบริวารและตกลงใจอาศัยร่วมอยู่เป็นพวกพ้องร่วมกันตลอดมาจากนั้น


วันนี้เป็นคล้ายวันเกิดของแม่..." คินตาโร่ " ได้ตั้งความหวังและคิดไว้ว่า อยากจะให้แม่ได้กินปลาซึ่งเป็น อาหารที่แม่โปรดและชอบมากที่สุด ...ในวันนั้น " คินตาโร่ " จึงได้ถือคันเบ็ดที่ตกปลา มาที่แม่น้ำตั้งแต่เช้ามืด เมื่อมาถึงแล้ว เขาก็ได้โยนไม้เบ็ดลงไปในน้ำ แล้วพอเวลาได้ผ่านมาสักครู่ ก็ปรากฏว่าได้มีปลาฮุนะตัวใหญ่ว่าย เข้ามาติดเบ็ดของเขา และด้วยความดีใจ เขาจึงค่อย ๆดึงไม้เบ็ดที่ติดปลานั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะด้วยไม่อยาก ให้ไม้เบ็ดนั้นหัก เพราะปลาตัวนั้นมีขนาดใหญ่มาก ปลาฮุนะเมื่อถูกโดนดึงให้ขึ้นมาจากน้ำเข้าอย่างนั้น ก็ดิ้นและ พยายามจะว่ายหนีอยู่ได้สักพัก และในที่สุดก็ไม่อาจที่จะเอาชนะพลังอันมหาศาลของ " คินตาโร่ " ไปได้ จึงโดน ยกขึ้นมาตามเบ็ดจนอยู่เหนือน้ำขึ้นมาเรื่อย ๆ " คินตาโร่ " ให้เป็นสุดแสนที่จะดีใจที่ตกได้ปลาตัวใหญ่อย่างนั้น


แต่ในขณะที่ปลากำลังจะโดนดึงขึ้นมาจนถึงบนบกอยู่รอมร่อ ๆ อยู่แล้วนั้น ฉับพลันทันใด...ก็เกิดเสียงดังขึ้นและ เป็นผลทำให้น้ำนั้นแตกกระจายและแหวกออกเป็นทาง แล้วตรงนั้นก็ได้มีปลาโค้ย ( ปลาเก้า ) ยักษ์ตัวใหญ่มากตัว หนึ่งกระโดดตามสายเบ็ดที่มีปลาฮุนะ ที่" คินตาโร่ " ตกได้นั้น ตามติดขึ้นมาติด ๆ แล้วทันทีทันใดนั้นมันก็ได้ฮุบเอา ปลาตัวสำคัญของ" คินตาโร่ " กินเข้าปากไปอย่างหน้าด้าน ๆ เมื่อฮุบได้ปลาแล้วมันก็กระโดดกลับลงน้ำและหนีหาย ไปในทันที..." โอ้ย อ้ายปลาโค้ยบ้า...มาโขมยปลาของแม่ข้าไปได้อย่างหน้าด้าน ๆ เลยดูซิ " " คินตาโร่ " พูดไม่พูด ปล่าวยังแถมกระโดดตามลงน้ำเสียงดังตูม น้ำอย่างนี้แตกกระจายเลยทีเดียว และว่ายตามปลาโค้ยตัวนั้นไปติด ๆ เลยหละ


เมื่อว่ายตามมาได้สักพักเมื่อตามกำลังจะทันถึงตัว เจ้าปลายักษ์ตัวนั้นพอมันรู้ตัวว่าได้มีเจ้าของปลาที่มันไป โขมยกินมานั้นได้ตามมันมาเข้าเท่านั้น มันจึงได้ว่ายหันหัวกลับมาประชันหน้าหมายจะต่อสู้ทันที.... แล้วมันยัง พูดแบบจองหองด้วยอีกว่า " อ้ายเด็กบ้ายังจะตามมาตื้ออีกหรือนี่ ! " พูดแล้วยังไม่พูดปล่าวมันยังอ้าปากอันใหญ่ มหึมาของมันขึ้นหมายฮุบเอา " คินตาโร่ " เอาเข้าปากกินเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ขอโทษที..มันน่ะยังจะช้าไป เพราะ" คินตาโร่ " ด้วยความไวได้เอาไม้เบ็ดที่ถือติดมือตอนกระโดดลงน้ำมาด้วยนั้น จับโน้มจนเป็นรูปวงกลมแล้ว จับยัดใส่ลงไปในปากของเจ้าปลายักษ์ตัวนั้นให้อย่างเต็มเปาและเต็มลักเลยทีเดียว...


เจ้าปลาโค้ยยักษ์ตัวนั้นด้วยความตกใจจึงคิดที่จะว่ายหนี แต่ก็ได้โดน " คินตาโร่ " กระโดดขึ้นขี่หลังเข้าให้ทันที แล้ว ทันใดนั้น " คินตาโร่ " ก็ใช้กำปั้นของเขาต่อยเข้าให้ด้วยอีกหลายหมัด จนหัวของปลายักษ์ตัวนั้นปูดขึ้นจนโนหลาย โนเลยหละ เรียกว่ากลายเป็นดับเบิ้ลโนเลยจริง ๆ มันจึงร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก " โอ้ย...เจ็บ ๆๆ พอ เถอะ ๆ ข้าเจ็บแล้ว..และก็ขอโทษด้วยที่ไปอาจหาญโขมยปลาตัวนั้นของท่าน...ฮื่อ ๆๆ " " คินตาโร่ " เมื่อเห็นปลา โค้ยยักษ์ตัวนั้นมันดูจะสำนึกได้จริงอย่างที่มันพูดบอกแน่ ๆ ก็เลยยอมให้อภัยเสีย...ปลาโค้ยยักษ์จึงตอบแทนน้ำใจ ให้ด้วยการพาคินตาโร่ไปจับปลาฮุนะที่เขาต้องการที่จะเอาไปให้แม่นั้น จับให้อย่างมากมายเลยทีเดียว


ปลาฮุนะมากมายที่เจ้าปลาโค้ยยักษ์ตอบแทนมาให้นั้น พวกบริวารต่าง ๆ ของคินตาโร่ได้นำมาช่วยกันผูกใส่เชือก รวมกัน แล้วเจ้าลิงที่เป็นสมุนตัวเอกก็ได้ปีนขึ้นไปบนภูเขา และได้ไปเก็บผลละหมากรากไม้ที่แสนอร่อยมาให้อีก มากมาย แล้วคินตาโร่กับพวกพ้องก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้าน...แล้วงานสังสรรฉลองวันเกิดให้กับแม่ก็ถูกจัดขึ้นมา ในท่ามกลางระหว่างหมู่สัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นบริวารของคินตาโร่กันอย่างสนุกสนานและมีความสุข





NEXT


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์