ข้าวปั้นกลิ้ง
omusubi korori..โอมุสึบี โกโรริง...
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วของเช้าวันหนึ่ง วันนี้ก็เป็นเหมือนกับทุก ๆวันและทุก ๆเช้าที่ผ่านมาตลอดชีวิต ประจำวันของตาที่ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่ทำอยู่นี้เลยสักวันเดียว..คือในทุก ๆเช้า ตาจะออกไปเก็บเศษไม้ที่อยู่บนภูเขา แล้วจะนำกลับมาให้ยายไว้ใช้ทำเชื้อเพลิง..ซึ่งเป็นกิจวัตรปกติ เสมอมาทุกวัน..แล้วในทุก ๆวันนั้นตาจะต้องมีถุงใส่อาหารมื้อกลางวันของตาผูกติดไว้ที่ตรงบั้นเอวด้วย เสมอถุงนี้จะเป็นถุงข้าวปั้นสุดอร่อยฝีมือของยายใส่ไว้ 3 ก้อนเป็นประจำ จะเป็นอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันซ้ำ ซากไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เลยจริง ๆ....
เมื่อตาเดินทางมาถึงบนภูเขาแล้ว ตาก็จะตั้งหน้าตั้งตาเก็บไม้ของตาไปเรื่อย ๆอย่างที่ตาทำเป็นประจำนั่นแหละ แต่วันนี้ตาคงจะเพลินไปหน่อย เพราะตามารู้สึกตัวเอาก็เมื่อท้องของตาเริ่มร้องขึ้นมาด้วยความหิว ท้องตา ร้องจ๊อก ๆเตือนเสียงดังทีเดียว..." โอ่..ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วล่ะซิ..ฮ่า ๆๆ " ตาหยุดเก็บไม้แล้วเดิน ถือถุงอาหารของตาไปที่ขอนไม้ที่อยู่บนทางลาดของเขา แล้วหย่อนก้นลงนั่งตรงขอนไม้นั้น...ตาค่อย ๆแกะห่อ ข้าวปั้นออกมากาง..แล้วหยิบข้าวปั้นขึ้นมาถือไว้ก้อนหนึ่ง ตามองก้อนข้าวปั้นก้อนนั้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่... ข้าวปั้นฝีมือยายนะตาอร่อยที่สุดเลยใช่ไหมตา...แต่ในไม่ช้าไม่นานจากนี้..เจ้าข้าวปั้นก้อนนี้น่ะ..มันจะทำให้ตา ต้องได้พบและประสบกับสิ่งประหลาดที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบสุด ๆ..ให้ตาได้สัมผัสจากนี้เดี๋ยวนี้แล้ว หละตา...แล้วมันก็เริ่มขึ้นแล้วหละ!..เพราะขณะที่ตากำลังยกก้อนข้าวปั้นก้อนนั้นใส่ปากหมาย จะกินให้หายหิวอยู่ในทันทีนั้น..แล้ว! อะไรล่ะนี่..ข้าวปั้นก้อนนั้นของตาต้องมีอันลื่นหล่นตกลงไปจาก มือของตาอย่างน่าเสียดายเหลือเกิน...อ้าว..อ้า...รา..ร้า..อะไรกันนี่!!
และก็คงจะเป็นการบังเอิญหรือไรก็ไม่ทราบได้หละ..ตรงบริเวณที่ตานั่งอยู่นั้นประจวบเหมาะว่าเป็นทางลาด ของเขาเข้าพอดีพอเหมาะกระมั้งนี่.. ข้าวปั้นสุดอร่อยก้อนนั้นของตา...เลยเป็นอันต้องกระเด้งกระดอน...กลิ้ง.. รุน ๆ..กอรอง...กอรอง..หล่นลงไปเรื่อย ๆไม่ยอมหยุด..ตาให้เป็นตกใจรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าตามฉวย " โอ้ย...เดี๋ยว ก่อนเข้าปั้น..เอ้ย..." แต่ข้าวปั้นของตานั้นไม่มีท่าทีว่าจะหยุดกลิ้งเลย...มันกลิ้ง..รุน...รุน...ลงไปเรื่อย ๆ ตาก็เลย จำต้องวิ่งตามลงไปเรื่อย ๆเหมือนกัน ตาวิ่งไปปากก็ร้องตะโกนตามไปว่า " โอ่..ข้าวปั้น..เดี๋ยวก่อน หยุดก่อน.. รอเดี๋ยว...แฮ๊ก ๆๆ..โอ้ย..ข้าวปั้น!หยุดก่อน "
กว่าตาจะวิ่งตามมาทันก้อนข้าวปั้นนั้น...เจ้าข้าวปั้นสุดอร่อยของตาก็พอดีพลัดตกลงไปอยู่ในหลุม ๆหนึ่งที่อยู่ บนพื้นข้างล่างเข้าอย่างบังเอิญ...ตาจึงลงนั่งคุกเข่าและพยายามเพ่งสายตามองลงไปในหลุมเพื่อค้นหาข้าว ปั้นด้วยความเสียดาย...แต่หลุม ๆนั้นท่าทางคงจะลึกน่าดูเพราะไม่ว่าตาจะพยายามเพ่งมองลงเท่าไหร่ ๆ ก็ มองไม่เห็นอะไรเลยคงเห็นแต่ความมืดมิดแต่เพียงอย่างเดียว" ฮ่ะ ๆ..น่าเสียดายเหลือเกิน...ข้าวปั้นสุดอร่อยของ ยายเสียด้วย...เฮ้อ..." ตาทำได้แค่นั่งอยู่อย่างนั้นและทอดถอนใจด้วยความเสียดายอยู่ตรงปากหลุมนั่นเอง...
แล้วขณะที่ตากำลังเศร้าใจอยู่นั้น...อยู่ ๆก็เกิดเสียงประหลาดดังแว่วออกมาจากในหลุมที่ข้าวปั้นตกลงไปนั้น ตอนแรกมันเป็นเสียงคล้าย ๆเหมือนเสียงการหัวเราะต่อกระซิกแล้วสักครู่ก็ตามออกมาด้วยเสียงเพลง..เอ๊ะ... อะไรกันนี่ !...เป็นเสียงร้องเพลงจริง ๆด้วย...ตาจึงพยายามเงี่ยหูฟัง..แล้วตาก็ได้ยิน... "ข้าวปั้นกลิ้ง...กอรอง... กอรอง...ตกลงมาดัง...ตุ๊บ...กอรอริง...กลิ้งรุน...รุน..ฮ่า ๆๆๆ ดีใจจังเลย..ข้าวปั้นหล่นลงมาดังตุ๊บ...ฮ่า ๆๆๆ " ตาพยายามตั้งอกตั้งใจฟัง แล้วตาก็มีความรู้สึกแปลก ๆขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...ตารู้สึกมีความสุขกับเสียงเพลง ที่ได้ยินนั้นและอยากจะฟังอยู่อย่างนั้นเหมือนโดนมนต์สะกด...ทำไมตาถึงรู้สึกแปลก ๆและมีความสุขอย่างนี้ ก็ไม่รู้สิ...
แต่สักครู่อยู่ ๆเสียงเพลงนั้นก็หยุดลงอย่างกระทันหัน...แต่คงเป็นเพราะด้วยความที่ตาอยากจะฟังเพลงนั้นต่อ ไปอีกจริง ๆตาเลยหย่อนข้าวปั้นที่เหลืออยู่อีกสองก้อนของตานั้น ลงไปในหลุมทีละก้อน...ทีละก้อน...จน หมดเลย...อ้าว..ตา...แล้วตาจะกินอะไรเล่านี่...แหม...ตาก็....แต่ความคาดหมายของตานั้นกลับได้รับการตอบ สนองอย่างที่ต้องการจริง ๆด้วยสิ.. เพราะเสียงเพลงจากในหลุมนั้นก็กลับดังขึ้นมาอีกครั้งสมใจตาจริง ๆ... ..." ข้าวปั้นกลิ้ง...กอรอง...กอรอง...ตกลงมาดัง...ตุ๊บ...ตกลงมาอีกแล้ว..เลยเอามาทำข้าวเหนียวปั้น...กอรอริง... กลิ้งรุน...รุน..ฮ่า ๆๆๆ ดีใจจัง...วันนี้จะนำไปไหว้พระจันทร์...ข้าวปั้นกลิ้งหล่นลงมาดัง..ตุ๊บ...ฮ่า ๆๆๆ " ตานั่งตาเยิ้มฟังเพลงไปเรื่อย ๆอย่างมีความสุข..เจ้าเพลงนั้นยิ่งฟังยิ่งสนุกและตาคงจะสนุกมากจริง ๆเลยลืมตัว เพราะอยู่ ๆตาก็ลุกขึ้นเต้นไปรอบ ๆหลุมอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว..
ตาสนุกสนานกับเสียงเพลงอยู่นานสักพักหนึ่ง....แล้วเสียงเพลงก็หยุดลงอีกแล้ว...แต่ความที่ตายังอยากจะฟัง เพลงนั้นต่อไปอีกเรื่อย ๆ..ตาหันไปมองห่อข้าวปั้น.โธ่..แล้วข้าวปั้นที่ตาพกมานั้นมันก็หมดไปแล้วด้วยสิ แต่ความที่ตาอยากฟังเพลงและยังไม่หมดความพยายาม..ตาเลยก้มหน้าแนบลงไปจนชิดติดปากหลุม แล้วตะโกนลงไปในหลุมด้วยเสียงอันดังว่า " โฮ่ะ..ข้าวปั้นหมดแล้ว...ไม่มีแล้ว..จะให้ทำยังไงดีหละ..โฮ่ะ นี่...จะทำยังไงดี...ยะโฮ ๆๆ "
พอสิ้นเสียงตะโกนของตาจบลงเท่านั้นแหละ...ที่พื้นรอบ ๆปากหลุมที่ตานั่งก้มอยู่นั้นก็ไหวฮวบสั่นสะเทือน แล้วในทันทีทันใดนั้น...อะไรกันเล่านี้...อยู่ ๆตาก็เป็นอันกลิ้ง...กอรอง..กอรอง..อยู่ภายในหลุม ที่มืดมิดนั้น...ตากลิ้ง...กอรอง..กอรอง..กอรอริงหมุนติ้วล่วงลงไปสู่เบื้องล่างไม่ยอมหยุดอย่างน่าอัศจรรย์ เหลือเกิน....แล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง " กอรอง...กอรอริง...รุน...รุน..ตาตกลงมาดังตุ๊บ ฮ่า ๆๆๆ... ตาข้าวปั้นตกลงมา..กอรอง...กอรอง..กลิ้งรุน..รุน..ตกลงมาดังตุ๊บ...ฮ่า ๆๆๆ " ตาได้ยินเสียงเพลงที่ตา อยากฟังนักอยากฟังหนานั้นแค่วูปเดียว...แล้วความรู้สึกทั้งหมดของตาก็ดับวูปลงไปตรงนั้น..มีแต่ความ เงียบสงัด....ดับวูปลงไปทั้งหมด...เงียบสงัดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ....
ตามารู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งก็ปรากฏว่าตาได้นอนอยู่ในห้อง ๆหนึ่งในห้องนั้นเป็นห้องโถงที่ใหญ่มากและ ประดับประดาไว้อย่างสวยงาม เมื่อตากวาดสายตามองไปรอบ ๆก็เห็นพวกหนูสีขาวมากมาย กำลังตั้งหน้า ตั้งตาและเร่งรีบช่วยกันตำข้าวเหนียวและช่วยกันนำมาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆกลม ๆ..วางเรียงกันไว้มากมาย พวกหนูตำข้าวเหนียว..แปะตัง..แปะตัง..และร้องเพลงไปด้วยอย่างน่าสนุกเหลือเกิน..แต่ตากำลังงง...
ตานั่งงงเพราะไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง..แล้วนี่ตามาอยู่ในที่นี้ได้อย่างไรเล่านี่...ในขณะที่ตากำลังงง อยู่นั้นก็มีหนูตัวที่สูงอายุมากที่สุดในที่นั้นเดินนำหน้าออกมายิ้มให้กับตาแล้วพูดกับตาว่า " พวกเราขอขอบ คุณ...สำหรับข้าวปั้นสุดอร่อยของท่านที่มอบให้กับพวกเรา..พวกเราเป็นหนูที่ชอบการร้องรำทำเพลงมากเป็น ชีวิตจิตใจ..พอดีนี่ก็ใกล้จะถึงวันไหว้พระจันทร์พอดีพอเหมาะเลยแหละท่านผู้ใจดี พวกเราดีใจกันมากที่ได้ ของอภินันทนาการอันวิเศษสุดจากท่าน..พวกเราขอขอบคุณท่านจริง ๆ..นี่เราก็กำลังเตรียมตัวกันจวน จะเสร็จอยู่แล้ว...มาเลยท่านผู้ใจดีขอเชิญท่านมาร่วมงานไว้พระจันทร์กับพวกเราด้วย..เชิญ..เชิญ "
แล้วพวกหนูขาวทั้งหมดก็พาตาเข้าไปนั่งตรงที่ๆที่จัดเตรียมไว้...แล้วงานไหว้พระจันทร์ของพวกหนูก็เริ่มขึ้น ตานั่งมองพวกหนูตำข้าวเหนียวและฟังเพลงที่พวกหนูร้องแล้วที่สำคัญเพลงนั้นก็เป็นเพลงที่ตาอยากจะฟังต่อ นักต่อหนานั่นด้วยหละ.. ตามีความสุขเหลือเกิน...พวกหนูเมื่อตำข้าวเหนียวเสร็จก็ช่วยกันลำเลียงอาหารอัน แสนโอชามากมายออกมาวางตรงหน้าตา..โอโห..อาหารอร่อย ๆน่ากินทั้งนั้นเลย..อย่างนี้งานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น แล้วสิ...น่าสนุกนะตา
ตาได้ดื่มและกินอาหารที่พวกหนูขาวลำเลียงออกมาให้อย่างเต็มที่พวกหนูขาวก็ออกมาร่ายรำและทำ พิธีไหว้พระจันทร์ให้ตาดู...ตาอิ่มหนำสำราญและเห็นว่าเป็นเวลาอันสมควรแล้วตาจึงบอกกับ พวกหนูเหล่านั้นว่า " ท่านหนูทั้งหลาย..วันนี้รบกวนเวลาของพวกท่านมานานแล้วเห็นที่ว่าคงจะสมควร แก่เวลาแล้ว...จะต้องขออำลากลับเสียทีล่ะ...ขอบคุณพวกท่านอย่างเหลือเกิน.. " หนูขาวตัวอาวุโสที่สุด ก็ลุกขึ้นแล้วรีบบอกกับตาว่า " ไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอกท่าน...แต่ถ้าท่านจะกลับละก็ เราได้เตรียมของ กำนัลไว้สำหรับท่านด้วย...เชิญ...เชิญมาทางนี้เลยท่าน "
NEXT