ชิตะ คีรี สึซึเมะ
นกกระจอกลิ้นด้วน...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีตาที่ใจดีและขยันขันแข็งมากอยู่คนหนึ่ง กับยายซึ่งเป็นเมีย แต่ยายเมียของแกนั้นออกที่จะเป็นคนที่มีใจคอที่คับแคบจนอาจจะ เรียกได้ว่าใจดำหรือใจร้ายเป็นอย่างมากก็ได้ แต่ถึงแม้ว่าทั้งสองตายายจะมีนิสัยที่ แตกต่างและผิดกันราวกับขาวกะดำทีเดียวก็ตาม แต่ทั้งสองก็อาศัยอยู่ด้วยกันมาอย่าง ราบรื่นดีเสมอมา จนกระทั่งเมื่อ มีอยู่ในตอนเช้าของวันหนึ่งซึ่งตาได้ขึ้นเขาเพื่อไปตัดไม้ หมายจะนำมาทำเชื้อเพลิงตามปกติทุกวันของแกนั้น ขณะที่ตากำลังตัดไม้อยู่ "..จ้อง จ้อง จ้อง.." ตาได้ยินเสียงร้องของนกกระจอกตัวหนึ่ง ที่กำลังส่งเสียงร้องเหมือนขอความช่วย เหลือ และเมื่อตาได้เพ่งสายตามองไปก็ได้พบว่า มีอีกาตัวหนึ่งกำลังบินและไล่จิกนกกระจอก ตัวนั้นอยู่อย่างโหดร้าย ตานึกสงสารนกกระจอกเป็นอย่างมาก จึงก้มลงคว้าก้อนหินได้ก็ปา ไปที่อีกาตัวนั้นอย่างแรง " โอ้ย อ้ายอีกาบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! "


อีกาเมื่อโดนขว้างด้วยก้อนหินก็ตกใจ และบินหนีไปในทันที ส่วนนกกระจอก ที่โดนอีกาจิกด้วยจังงอยปากที่แหลมคมของมันนั้น ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส และ ร่วงตกลงมานอนนิ่งอยู่ที่พื้นดินอย่างน่าสงสาร "..โธ่ น่าสงสารจัง.." ด้วยตาเป็น คนที่ใจดี และรักเมตตาสัตว์เป็นทุนอยู่ก่อนแล้ว ตาจึงตัดสินใจที่จะนำนกกระจอกตัวนั้นกลับมา รักษาเยียวยาเสียที่บ้านของแก..และตาก็หมายว่าถ้ามันหายก็จะเลี้ยงดูเจ้านกกระจอกตัวนี้ เสียเลย..แต่ตา จะต้องคิดผิดอย่างแน่นอนแน่ ๆ เลย เพราะยายเมียของตาน่ะเป็นคนที่ ใจร้ายใจดำ แล้วยังแถมจงเกลียดจงชังสัตว์ทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจเสียอีกด้วย..เมื่อตากลับ มาถึงที่บ้าน ซึ่งในขณะนั้นยายเมียของแกก็กำลังนั่งดื่มน้ำชาและกินขนมหวานอยู่พอดี ยายเมียเมื่อเห็นตากลับมาเร็วกว่าปกติทุกวันก็พูดว่า " อ้าวตา ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วล่ะ... แล้วตัดไม้ได้แค่นี้เอง แย่เสียจริง ๆ ตาแก่นี่ "


ยายเมียพูดบ่นกระปอดกระแปด ตาจึงบอกว่า " เนี่ย นกกระจอกตัวนี้โดนอีกาจิกจน ล่วงตกลงมาได้รับบาดเจ็บน่าสงสาร ข้าจะรักษามัน " ยายเมียมองนกกระจอกที่ตาอุ้ม มาด้วยอย่างนึกรังเกียจ แล้วค้อนตาเสียวงใหญ่ ก่อนที่จะพูดว่า " อ้อ นึกว่าจะเอามาย่าง ให้ข้ากินเสียอีก ฮึ..ใจดีไม่เข้าเรื่อง แล้วแกจะเลี้ยงมันด้วยเหรอ ที่นี่ไม่มีอาหารเหลือเฝือ พอที่จะเลี้ยงนกกระจอก หรอกย่ะ...ฮึ..." ยายใจร้ายตะคอกตาเสียงดัง ด้วยความโมโห แล้วลุกเดินหนีไป..." กินส่วนที่เป็นของข้าก็ได้..ทำไมจะเลี้ยงไม่ได้..ล่ะ.." ตาไม่สนใจกับ ความใจร้ายใจดำของยายผู้เป็นเมียเสียแล้ว..เพราะตานึกรักและเอ็นดู เจ้านกกระจอก น้อยตัวนี้ขึ้นมานั่นเอง และตาก็ได้ตั้งชื่อให้กับมันว่า "..จุ้งโกะ.."


"..จ้อง..จ้อง..จ้อง.." จุ้งโกะ หายวันหายคืนและก็จะชอบร้อง..จ้อง..จ้อง..อย่างน่าเอ็นดู จุ้งโกะจะร้องและบินไปรอบๆ ตัวตาในทุกครั้ง เวลาที่ตาจะออกเดินทางไปตัดไม้ที่บนเขา.. และยิ่งนานนับวันเข้าตาก็ยิ่งให้เป็นหลงไหล และเอ็นดูจุ้งโกะมากขึ้นทุกวัน แล้ว วันนี้ก็เหมือนกันก่อนที่ตาจะออกไปตัดไม้ตามปกติ ตาได้บอกกับจุ้งโกะว่า "..วันนี้ ตาจะ เข้าไปตัดไม้ที่กลางเขาไกลกว่าปกติ คงจะกลับมาช้ากว่าทุกๆวัน จุ้งโกะ อย่าดื้อ หรือทำอะไรกวนใจให้ยายเขาโมโหเอานะลูก..." ตาสั่งเสียจุ้งโกะ แล้วก็ออกเดินทางไป แต่ในวันนั้นตอนขากลับ ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่ว ตารีบหาที่หลบฝนจนไปพบ กับโพรงไม้โพรงหนึ่งเข้า ตาจึงตัดสินใจที่จะนั่งหลบฝนอยู่ที่นั่น และเป็นเวลานานสองนาน ที่ตาหลบฝนอยู่ ตานึกเป็นห่วงจุ้งโกะว่าคงจะหิวอย่างแน่นอน แต่ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุด ตกให้กับตาเสียที และถ้าเป็นอย่างนี้ ไม่แน่คืนนี้ตาคงอาจจะไม่ได้กลับไปที่บ้านได้อย่างแน่นอน


และสิ่งที่ตาคาดคิดเอาไว้ก็ดูเหมือนว่ามันจะต้องเกิดขึ้นเสียแล้ว เพราะเมื่อตอนเช้า ตอนก่อนที่ตาจะออกเดินทางไปนั้น เมื่อยายใจร้ายแอบได้ยินว่า วันนี้ตาจะกลับมาช้ากว่าใน ทุก ๆ วัน "..ฮึ..วันนี้พ่อมันบอกว่าจะกลับมาช้า ฮึ คอยดูวันนี้จะไม่ให้มันกินอะไรเลย..นาง จุ้งโกะ..ฮึ.." แล้วก็เป็นอย่างที่ยายใจร้ายพูดเลยหละ เพราะไม่ว่าจะเลยเที่ยงวันมาตั้ง เป็นนานสองนานแล้วก็ตาม ยายใจร้ายก็ไม่ยอมที่จะให้อะไรและอาหารทุกอย่างกับจุ้งโกะ สักน้อยนิด ไม่ให้แม้แต่เมล็ดข้าวสักเม็ดเดียว....ดังนั้นจุ้งโกะจึงให้เป็นหิวโหยและทุรนทุราย แต่แล้วความอดทนนั้นก็เหมือนจะหมดลงไป เพราะเมื่อจุ้งโกะได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่หอม หวลอยู่ที่ในห้องข้าง ๆ ....ใช่แล้วมันเป็นกลิ่นอันหอมหวลของแป้งเปียก ที่ยายใจร้ายได้ผสม เตรียมเอาไว้ในครก เพื่อจะเอามาทากับกระดาษที่นางจะใช้ติดข้างฝาบ้านนั่นเอง.....


ดังนั้นด้วยความที่หิวสุดจะทน จุ้งโกะจึงตรงเข้าจิกแป้งเปียกของยายใจร้าย กินจนเกือบจะหมดครกเลยทีเดียว และตอนนั้นเมื่อยายใจร้ายเดินหอบเอากระดาษเข้ามา ที่ในห้องแล้ว..นางก็ต้องตกใจ..และพลันก็เกิดความโมโหฉุนเฉียวขึ้นมาจนหน้าเกือบจะ เขียวเอาเลยทีเดียวเลยหละ เพราะที่ในครกแป้งเปียกที่นางได้ผสมเตรียมเอาไว้นั้น จุ้งโกะ นกน้อยที่นางเกลียดแสนเกลียดตัวนั้น..กำลังจิกกินมันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย "..โค..ร่า... โอ้ย..มาแอบกินแป้งเปียกที่มีค่าของข้า..อ้ายนกกระจอกทรพี เลวสิ้นดีเลยมึง จะต้องสั่งสอน ให้เข็ดจนทำอย่างนี้ไม่ได้อีกต่อไป เร็วมานี่ เดี๋ยวนี้.." ว่าไม่ว่าเปล่ายายใจร้าย ยังกระโดด จับจุ้งโกะไว้อย่างที่เรียกว่าโมโหสุดขีด


จุ้งโกะเห็นยายใจร้ายโมโหมากมายอย่างนั้น..ก็ตกใจร้อง "..จ้อง..จ้อง.." เหมือนอ้อนวอนอย่าง รู้ผิด "..แต่ยายใจร้ายด้วยโมโหจนหน้ามืด นางคว้ากรรไกรที่อยู่ที่ข้าง ๆ กายของนางได้ แล้ว ตรงนั้น..."...เหอ..เหอ..ไม่มีทางให้อภัย หรอกนางจุ้งโกะ..วันนี้เป็นวัน ชะตาขาดของแก.. ฮ่า ฮ่า.." ว่าแล้วยายใจร้ายก็จับจุ้งโกะ นกกระจอกที่น่าสงสารของตาอ้าปาก....แล้วเอา กรรไกรตัดลิ้นของจุ้งโกะทิ้งอย่างไม่มีความเมตตาใดใดในจิตใจของนางเลยทั้งสิ้น...จุ้งโกะ นกน้อยที่น่าสงสารร้องด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย และได้บินหนีจากไปทั้งน้ำตาเลย เดี๋ยวนั้น..โถ..โถ..น่าสง สารจุ้งโกะนี่คงจะเจ็บปวดและตกใจกับความใจร้ายใจมารของมนุษย์ ...จุ้งโกะบินหายลับไปจากตรงนั้น ในทันทีทันใด........


กล่าวฝ่ายถึงตาเมื่อหลบฝนจนมาถึงในวันรุ่งขึ้นของวันใหม่ และเมื่อฝนได้หยุดลงแล้วตาก็ รีบกลับมาที่บ้าน และด้วยตานึกอยู่ตลอดเวลาว่าจุ้งโกะของตาคงจะต้องหิว ขากลับตาจึง ได้เก็บผลไม้ป่ามาฝากจุ้งโกะด้วย แต่เมื่อตากลับมาถึงบ้านแล้ว....ก็ให้เป็นแปลกใจ ที่ว่า ทำไมวันนี้ จุ้งโกะถึงไม่ออกมาบิน และร้องจ้อง..จ้อง ต้อนรับการกลับมาของตาเหมือนอย่าง ที่เคยทำมา..ตาให้เป็นใจคอไม่ดีเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง จึงรีบเดินเข้าไปในบ้าน และร้องเรียกหาจุ้งโกะไปทั่วทั้งบ้าน ฝ่ายยายใจร้ายขณะนั้นก็กำลังนั่งแปะกระดาษข้างฝาอยู่ แต่นางก็มองตาที่เรียกหา จุ้งโกะ อยู่อย่างเฉยเมย



หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3

แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์