OYATSUTEYAMA เอาพ่อไปทิ้งเขา
แปลและเรียบเรียงเรื่องราวโดย สุขุมาลย์


" จะเป็นใครก็ตาม ถึงแม้จะเป็นพ่อหรือแม่ของตัวเจ้าเองก็เถอะ แก่แล้ว!ให้เอาไปโยนทิ้งบนเขาให้หมด!! " เป็นคำสั่งของโตโน่ซามะ (เจ้าเมือง) ที่ออกกฏออกมาและตั้ง โอฮุเร(ป้ายประกาศประจำแผ่นดิน)ไว้กลาง เมือง..ทุกคนจะต้องทำตามคำสั่ง ไม่เช่นนั้นจะโดนประหารแต่สถานเดียว.. ชายหนุ่มผู้กตัญญูให้สุดที่จะทำ ตามคำสั่งได้จึงขุดอุโมงขึ้นที่ใต้ถุนบ้าน แล้วซ่อนบิดาของตนเอาไว้....ขยายความ สมัยโบราณกาลก่อนนั้นเขาจะกล่าวกันไว้ว่า " ชีวิต 50 ปี " เพราะสมัยก่อนคนจะอายุสั้นเพราะเมื่อป่วยแล้วจะไม่มียารักษา..ในเนื้อเรื่องคนอายุ 60ปีจึงเป็นคนสูงอายุมาก ในสมัยนั้นค่ะ...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในเมือง ๆหนึ่ง โตโน่ซามะ (เจ้าเมือง) ของเมืองนั้น ได้ติด โอฮุเร (ป้ายประกาศประ จำแผ่นดิน) ประกาศแก่ประชากรว่า " จะเป็นใครก็ตาม ถึงแม้จะเป็นพ่อแม่ของเจ้าเองก็เถอะ แก่แล้วให้เอาไป โยนทิ้งบนภูเขาให้หมด!!! " เมื่อทำงานและออกแรงไม่ได้แล้ว อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ทำประโยชน์สถานใดมิได้ รังแต่จะเปลืองข้าวเปลืองน้ำมากกว่า ตายไปให้หมดน่ะดีแล้ว "...ทำไมถึงได้เป็น โตโน่ที่ใจร้ายใจมารอย่างนี้ก็ไม่รู้.... แต่ประชากรทุกคนก็ไม่รู้ว่าจะทำฉันใดได้ใครอายุครบ 60 ปี ก็จำต้องเอาไปทิ้งที่บนภูเขา ให้อดข้าว อดน้ำและตายไปในที่สุด

ชายหนุ่มผู้กตัญญูและรักพ่อของตนมากนายหนึ่ง..นั่งถอนอกถอนใจ เป็นทุกข์หนัก เพราะพ่อสุดที่รักของ ชายหนุ่ม ใกล้วันที่จะอายุครบ 60 ปีอยู่ไม่นานนี้แล้ว..เขาจะขัดคำสั่งของโตโน่หรือ? พ่อของเขาก็คงจะไม่ยอม ให้ทำอย่างนั้นเป็นแน่แท้...ชายหนุ่มจึงนั่งทุกข์ใจกระสับกระส่ายไม่เป็นอันหลับอันนอน...พ่อนั่งมองเห็นลูกทุกข์ใจ ก็สงสารแล้วอยู่ๆพ่อของชายหนุ่มก็พูดขึ้นว่า " ส่า..ส่า..ได้เวลาแล้ว วันนี้เอาข้าขึ้นไปทิ้งบนภูเขาเถอะ " ชายหนุ่มตกใจที่พ่อพูดขึ้นเช่นนั้นเพราะยังเหลืออีกตั้งหลายวันที่พ่อจะอายุครบ 60ปี จึงรีบตอบพ่อไปว่า " โธ่พ่อ ยังเหลืออีกตั้งหลายวัน..แล้วข้าก็ทำอย่างนั้นไม่ได้..ฮื่อ ฮื่อ..ข้าทำไม่ได้หรอก..ฮื่อ ๆๆ " พ่อเห็นลูกเข้ามากอดขา ร้องให้ปานใจจะขาด จึงพูดว่า " อะไร..ทำไมเจ้าจะทำไม่ได้อันนี้เป็นกฏและอาญาแผ่นดิน เจ้าดูยายข้างบ้านสิ... แล้วตาบ้านฝั่งโน้นก็เหมือนกัน ทุกคนโดนแบกไปทิ้งบนภูเขาหมดแล้ว..ไม่ต้องเป็นห่วงข้า เอาข้าไปทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ เถอะ "

แล้วชายหนุ่มก็ต้องจำยอม เขาเอาพ่อขึ้นแบกไว้บนหลัง..เดินคอตก มาตามทางที่จะไปสู่ภูเขา..เมื่อขึ้นมาถึงบน ภูเขาแล้ว ชายหนุ่มก็เดินเลือกที่ที่เหมาะสมว่าจะเอาพ่อวางไว้ตรงไหน " ตรงนี้ก็เปียกชื้น มีราขึ้นไปหมด ไม่เอา นะพ่อ " "ตรงนี้ก็ลมไม่ผ่านสะดวก ตรงนี้ก็อย่าเอาเลยนะพ่อ " ชายหนุ่มเลือกแล้วเลือกอีก ไม่มีทีท่าว่าจะวางพ่อ ของตนลงเลย ชายหนุ่มเลือกสถานที่ไปเรื่อย ๆจนเดินลึกเข้าไปในป่า ลึกเข้าไปทุกที ๆพ่อเห็นลูกเดินลึกเข้าไป มากเข้า ก็เกิดความเป็นห่วงว่าขากลับลูกจะหลงป่าเอา ทั้ง ๆที่อยู่บนหลังของลูก ก็เอื้อมมือไปเด็จยอดไม้..ปักกิ..ปักกิ ปักกิ..แล้วโยนทิ้งไปบนพื้น เพื่อหวังให้เป็นสัญญาลักษ์ขากลับให้กับลูกของตน

ชายหนุ่มได้พบที่ที่ตนเห็นว่าเหมาะสมสามารถหลบลม หลบฝนได้แล้วก็เดินเลือกเก็บใบไม้แห้งเอามาวางทำเป็นที่ นั่งแล้วก็ค่อย ๆ วางพ่อของตนลงตรงที่นั้น..ชายหนุ่มเมื่อวางพ่อลงแล้วก็ก้มหน้าแล้วหมอบลงกับพื้นโอดครวญขึ้นว่า " พ่อจ๋า..กลางป่าลึกวังเวงอย่างนี้ข้าจะต้อง เอาพ่อทิ้งไว้คนเดียว...ข้าสุดที่จะวิเวกวังเวงใจ เหลือเกิน..พ่อจ๋าข้า ขอโทษ..ที่ปกป้องพ่อไม่ได้...ฮื่อ ฮื่อ..." พ่อมองลูกด้วยความเอ็นดู และกล่าวว่า " ไม่ต้องเสียใจหรอกลูก แก่แล้ว ก็ต้องตายกันทุกคน จะเร็วจะช้าเท่านั้น..แล้วที่ลูกทำไปนี่ก็เป็นกฏของแผ่นดิน..เจ้าไม่ผิดหรอกลูก..ว่าแต่เจ้าเถอะ เจ้าแบกพ่อเข้ามาลึกขนาดนี้เกรงว่าเจ้าจะหลงป่าหาทางกลับไม่ได้เดินตามยอดไม้ที่พ่อหักโยนเป็นทางไว้ให้นะ ลูก..ไป..ไป..กลับไปใด้แล้ว.."พ่อพูดสั่งเสียแล้วก็ก้มหน้าน้ำตาคลอเพราะยังอาลัยลูกชายสุดที่รักของตนอยู่..

ชายหนุ่มเมื่อได้ยินพ่อบอกว่าได้หักกิ้งไม้ทำทางขากลับไว้ให้กับตนเท่านั้น!! ก้อนสะอื้นก็วิ่งจุกขึ้นมาที่อก.... โถ..โถ..พ่อจ๋า..จะต้องตายแล้วก็ยังเป็นห่วงข้าอยู่อีก..ชายหนุ่มในทันทีทันใดนั้น..ก็ลุกขึ้นอุ้มพ่อของตน ขึ้นแบกไว้บนหลังอีกครั้ง..จะเป็นกฏหรืออาญาอะไรก็เถอะบนเขาเงียบวังเวงแบบนี้เขาไม่สามารถจะทิ้ง พ่อไว้อย่างนี้ได้...ชายหนุ่มคิดแล้วก็รีบวิ่งแบกพ่อของตนลงเขากลับมาบ้าน วิ่งอย่างไม่คิดถึงชีวิตของตนเลยหละ.. แล้วก็ให้มันรู้ไปว่าข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ชั่งมันเถอะ.......

เมื่อสองพ่อลูกกลับมาถึงบ้านแล้ว ชายหนุ่มก็ตระหนักถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ถ้าเรื่องราวต่าง ๆนี้ไปเข้าถึงหูของ โตโน่เข้า เขาและพ่อจะเป็นอันใด ชายหนุ่มจึงขุดอุโมงขึ้นที่ใต้ถุนบ้าน แล้วเอาพ่อของตนหลบซ่อนไว้ในหลุมนั้น ทุก ๆวันชายหนุ่มจะจัดหาข้าวปลาอาหารวันละสามมื้อลงไปให้พ่อที่อยู่ในหลุมที่ขุดไว้ชายหนุ่มปรณนิบัติพัดวี พ่อของตนอย่างไม่ยอมให้ขาดตรงบกพร่องอะไรเลย..ใครให้อาหารแปลก ๆมาก็จะรีบนำไปให้พ่อกินก่อนเสมอ " พ่อจ๋า..ป้าข้างบ้านเอาข้าวเหนียวปั้นมาให้...กินซ๊ะ..พ่อจะได้แข็งแรง..และอยู่กับข้าไปอีกนาน ๆนะพ่อนะ.."

วันหนึ่งชายหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปหาพ่อ " พ่อ ๆโตโน่ซามา สร้างเรื่องแปลก ๆและออกคำสั่งพิศดารไม่เหมือนใคร ขึ้นมาอีกแล้วหละพ่อ.." " โฮ..โฮ..แล้วมันแปลกและพิศดารยังไงหรือ ?ลูก " " คำสั่งให้ใครก็ได้สร้างเชือกที่ทำขึ้นจาก ขี้เถ้าให้ได้ ชาวบ้านชาวเมืองนำขี้เถ้ามานั่งปั้นเพื่อจะทำให้เป็นเชือกตามคำสั่งของโตโน่กันให้จ้าระหวั่นไปหมด..ขี้เถ้า งี้....ฟุ้งตลบลานกลางเมืองไปหมดเลยหละพ่อ..ทำไมคิดพิศดารอย่างนี้ก็ไม่รู้นะพ่อ ชาวเมืองทุกคนเดือดร้อนใจกันให้เป็น โกลาหนไปหมดเลยหละพ่อ "

พ่อเมื่อใด้ฟังลูกเล่าเรื่องราวต่าง ๆจบลงแล้วก็พูดขึ้นว่า " ง่ายนิดเดียว..ไม่เห็นจะยากเลยลูกรัก..ทำเชือกจากขี้เถ้าแค่นี้เอง " " มา มา..ลูกรักพ่อจะสอนให้เจ้าทำ เดี๋ยวนี้เลย.." ว่าแล้วพ่อก็ให้ลูกชายนำเชือกมาพันกันให้เป็นวงกลม แล้วนำลงไป แช่ในน้ำเกลือ..เมื่อแช่น้ำเกลือเสร็จแล้วก็สั่งให้ลูกชายนำไปเผาลงในไฟ...แล้วอะไรจะประหลาดปานนั้น..เพราะห่วงเชือกเมื่อโดน ย่างจนเป็นขี้เถ้าแล้ว..แม้จะเป็นแต่ขี้เถ้าก็ยังปรากฏมีรูปร่างเป็นรูปห่วงเชือกอยู่อย่างเดิม..แปลกประหลาด มหัศจรรย์จริง ๆ...








ชายหนุ่มเมื่อสร้างเชือกที่ทำจากขี้เถ้าตามที่พ่อสอนเสร็จแล้ว..ก็รีบนำไปให้โตโน่ที่ปราสาท...โตโน่เมื่อได้เห็นสิ่งที่ชายหนุ่ม นำออกมาให้ดู แล้วก็พูดว่า " โฮ่...โฮ่...นี่น่ะหรือ..คือเชือกที่ทำมาจากขี้เถ้า...ฮ่า ฮ่า ฮ่า..เจ้าเก่งมากเจ้าหนุ่มน้อยเอ๋ย..." โตโน่ถูกอกถูกใจหัวเราะร่วนอย่างสำราญใจเป็นที่สุด..แต่หยุดตรงนี้ก่อนนะ..พ่อหนุ่มน้อย..โตโน่น่ะมีความคิดที่พิศดาร ไม่เหมือนใครหรอกนะ เพราะโตโน่ยิ้มอย่างมีเลสในและกล่าวขึ้นมาอีกว่า " เจ้าหนุ่มน้อย..เจ้ารู้จริงเก่งมากถูกใจข้า....ฮ่าฮ่า" แล้วตรงนั้นโตโน่ก็ดึงกิ่งไม้ออกมากิ่งหนึ่ง " กิ่งไม้อันนี้ ฝั่งไหนเป็นยอด ฝั่งไหนเป็นราก...เจ้ารู้ไหม? ไปจัดการหาคำตอบมา ให้ข้า แต่โดยด่วน " แล้วชายหนุ่มก็โดนคำสั่งพิศดารของโตโน่เข้าให้เต็มเปาเลยหละคราวนี้...แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะ??นี่..

ชายหนุ่มนำกิ่งไม้กิ่งนั้นกลับมาให้พ่อของเขาดู " พ่อจ๋า..โตโน่ออกคำสั่งอันใหม่..ให้ข้าหาคำตอบว่ากิ่งไม้อันนี้ด้านไหนเป็น ยอด ด้านไหนเป็นราก..ดูสิพ่อ.." ชายหนุ่มยื่นกิ่งไม้อันนั้นไปให้พ่อ แต่พ่อกลับพูดว่า " ไปเอาถังไม้แล้วใส่น้ำให้เต็มถัง แล้วนำมาให้ข้าที่นี่ " เมื่อชายหนุ่มนำถังไม้ที่ใส่น้ำไว้จนเต็มถังเอามาวางไว้ตรงหน้าพ่อของตนแล้ว.....พ่อก็บอกให้ลูกชายนำ กิ่งไม้กิ่งนั้นลงไปลอยในถังน้ำนั้น " ตั้งใจมองนะลูก ด้านฝั่งนี้มันจมลงไปในน้ำเห็นไหม?แล้วด้านฝั่งโน้นมันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ เจ้าเห็นไหม? ด้านฝั่งที่พ้นน้ำขึ้นมาน่ะ...มันคือยอด...แล้วด้านที่จมน้ำลงไปน่ะ..มันคือราก..เจ้าเข้าใจและเห็นหรือยัง ลูกรัก "

เมื่อชายหนุ่มนำคำตอบไปทูลกับโต่โน่ที่ปราสาท "..โฮ่...โฮ่...เจ้าขบปัญญาหาได้แตกแล้ว..เจ้าหนุ่มน้อย..โฮ่ โฮ่....เจ้าเก่งมาก แต่ข้ายังไม่ยอมแพ้นะ..ฮื่อ..แล้วปัญหาอันนี้เล่า..ยากหน่อยนะเจ้าหนุ่มน้อย..ฮ่า ฮ่า ฮ่า..ไปสร้างกลองที่ไม่ต้องตีแต่มีเสียง ดังเองได้ มาให้ข้าเดี๋ยวนี้..โฮ่ โฮ่ โฮ่.." ไฉนเลยจึงเป็นโตโน่ที่ชอบสร้างปัญหาที่มันเป็นไปไม่ได้ออกมาอย่างนี้.!!ชายหนุ่ม เดินหน้าเขียวเพราะคำสั่งอันใหม่นี้ของโตโน่กลับมาบ้าน " กลุ้มใจ..กลุ้มใจ..จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้..แม้พ่อจะเก่งขนาดไหน ปัญหาอันนี้ของโตโน่ พ่อก็คงจะตอบไม่ได้หรอก..ฮื่อ ๆๆ "

" อะไร..ทำไมลูกรัก..ทำไมจะทำไม่ได้เล่า..กะแค่กลองที่ไม่ต้องตี แล้วมีเสียงได้แค่นี้น่ะหรือ.ฮ่า ฮ่า ฮ่า." ชายหนุ่มเห็นพ่อ หัวเราะก็ทำหน้าสงสัย ฉงนใจว่าพ่อจะทำยังไง?พอพ่อหยุดหัวเราะแล้วก็ชี้มือไปที่บนภูเขา.." ไป ไป ไปบนเขานั่นแล้ว ไปเอารังผึ้งมาให้พ่อ นะลูก " "อะไรพ่อ..พ่อจะเอารังผึ้งมาทำอะไร " ไม่ต้องสงสัยอะไรเลยลูกรักเดี๋ยวเจ้าก็จะได็รู้แจ้งเห็น จริง รีบไปเอารังผึ้งมาเดี๋ยวนี้ก็แล้วกัน " แล้วชายหนุ่มก็จัดการไปเอารังผึ้งบนภูเขามาให้พ่อตามคำสั่งทันที..

เมื่อลูกชายนำรังผึ้งมาได้แล้ว..พ่อก็ค่อย ๆถลกหนังของกลองด้านบนออกมา แล้วนำเอารังผึ้งใส่ลงไปข้างใน กลองลูกนั้น เสร็จแล้วพ่อก็นำหนังของกลองที่ถลกออกมาตอนแรก ค่อย ๆแปะและเย็บเข้าไปใหม่ให้เหมือนเดิม อีกครั้ง.." เป็นยังไงเล่าลูก เห็นไหมเสร็จแล้วกลองที่ไม่ต้องตีแล้วมีเสียงได้..ฮ่า ฮ่า.. ส่า..เอาเลยลูก เจ้าลอง ยกกลองดูสิ แล้วเจ้าก็จะรู้แจ้งเห็นจริง หละทีนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ลูกชายจึงค่อย ๆเอื้อมมือไปหวังจะลองหยิบกลอง ใบนั้นดูอย่างที่พ่อบอก..แต่พอแค่ชายหนุ่มยื่นมือไปสัมผัสเข้าเท่านั้น..ผึ้งที่อยู่ในกลองก็แตกรัง บินพล่านและ บังเกิดให้เป็นเสียงดัง " บอง....บอง..บอง "ก้องเป็นจังหวะเหมือนเสียงกลองจริง ๆอย่างที่พ่อพูดเลย..

แล้วชายหนุ่มก็รีบนำกลองที่ไม่ต้องตีแล้วดังได้ของพ่อไปที่ปราสาทของโตโน่ ทันทีทันใดนั้นเลย " โฮ่.โฮ่... ทำกลองที่ข้าสั่งให้ทำได้แล้วหรือเจ้าหนุ่มน้อย มา..มา..ส่า รีบเอามาให้ข้าดูใกล้ ๆ เร็ว ๆ..โฮ่ โฮ่.. "ชายหนุ่ม ก็คลานเข้าไปหาโตโน่แล้วค่อย ๆยื่นกลองส่งให้โตโน่ทันทีนั้น เมื่อโตโน่ยื่นมือรับกลองไปถือแล้วกลองเมื่อ ไดรับความกระเทือนขึ้นมาอีกก็ทำให้ผึ้งตกใจ..แตกรังบินพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกลองก็ดัง "บอง..บอง.. บอง.."สนั่นลั่นขึ้นมา กลายเป็นกลองที่ไม่ต้องตี อย่างที่โตโน่ต้องการแน่แล้วใช่ไหม??ท่านโตโน่ ซามะ

"โฮ..โฮ่..เจ้าหนุ่มน้อยผู้ฉลาดปราดเปรื่อง เจ้าสามารถขบปัญหาทั้งสามข้อของข้าได้แตกทั้งหมด..เจ้า เก่งกาจมาก ทุกอย่างมันเป็นความคิดจากสมองของเจ้าเองทั้งหมดหรือปล่าว?ไหนลองบอกวิธีคิดที่เฉียบ ขาดของเจ้าให้ข้าฟังหน่อยสิ " ชายหนุ่มก้มหน้าลงแล้วตอบโตโน่ว่า " เฮ้..ท่านโตโน่ แต่คนที่ขบปัญหาของท่าน แตกน่ะไม่ใช่ข้าหรอก แต่เป็นพ่อผู้สูงอายุของข้าเอง..ผู้สูงอายุจะเป็นผู้รู้และฉลาดปราญเปลื่องเสมอ " โตโน่เมื่อ ได้ยินคำว่า ผู้สูงอายุก็ตกใจตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังว่า " อะไร เจ้าว่าคนสูงอายุหรือ..หือ!! " " ฮ่ะ..ความจริง มีอยู่ว่าข้าได้นำพ่อของข้าไปทิ้งที่เขาตามบัญชาของท่านโตโน่แล้ว แต่ข้าไม่สามารถที่จะทิ้งพ่อปล่อยให้ตายได้ตาม คำสั่งของท่าน ข้าได้นำพ่อของข้ากลับมาบ้านและขุดหลุมขึ้นที่ไต้ถุนบ้านและซ่อนพ่อของข้าเอาไว้ " ชายหนุ่ม สารภาพความผิดของตนออกไปจนหมดเปลือก..." ผู้สูงอายุ ก็สูงด้วยความรู้ เพราะมีชีวิตยาวนาน..จึงทรงด้วยความรู้ เปรียบเสมือนเป็นถุงแห่งความรู้ เลยทีเดียวขอรับ ท่านโตโน่.."

" ฮื่อ " โตโน่หยุดคิดและนั่งนิ่งอึ้งกับคำพูดของชายหนุ่มทั้งหมด โตโน่หยุดคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วกล่าวกับชายหนุ่มว่า " ฮื่อ.. ผู้สูงอายุคือผู้ที่สำคัญอย่างเจ้าว่า..ข้าเห็นด้วยกับเจ้า ต่อจากนี้ข้าขอถอนคำสั่งที่ว่าให้เอาผู้สูงอายุไปทิ้งบนภูเขานั่นให้เป็น โกะโฮบี (ของขวัญ ) แก่เจ้านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป..นะเจ้าหนุ่มน้อยผู้กตัญญู " แล้วตั้งแต่บัดนั้นมา เมือง ๆนั้นก็เปลี่ยนกลาย เป็นเมืองที่ให้ความสำคัญและเคารพกับผู้สูงอายุตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา....แล้ว โมโน กาตารี (รื่อง) ก็จบลงอย่างมีความสุข ทุก ๆอย่างต้องขอขอบคุณชายหนุ่มยอดกตัญญูตัวเอกของเรื่องนะคะ...








END